ตร.เตือนสหภาพนักเรียนนักศึกษาฯ ระวังขัดพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ทั้งที่พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ไม่ใช้กับพื้นที่สถานศึกษา

22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.30 น. บริเวณลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สหภาพนักเรียน นิสิตและนักศึกษาแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรม "ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม" สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี

 

ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เริ่มมีประชาชนทยอยมารวมตัวกันที่ลานปรีดี โดยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบวางกำลังโดยรอบคอยสังเกตการณ์และถ่ายภาพผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม ต่อมาตัวแทนสหภาพฯ ผลัดกันปราศรัยถึงเรื่องการยุบพรรคการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง จากนั้นจึงร่วมกันจุดเทียนและแยกย้ายกันในเวลา 18.30 น.

 

1348 กิจกรรม "ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนเริ่มกิจกรรมพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลความสงบเรียบร้อย และเตือนผู้จัดกิจกรรมจุดเทียนและผู้เข้าร่วมว่า ขอให้คำนึงถึงการกระทำภายใต้กรอบกฎหมายทุกมิติและและไม่ละเมิดกฎหมายบ้านเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ร.บ.ชุมนุมฯ .

 

แต่มาตรา 3 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ บัญญัติว่า พ.ร.บ.นี้ไม่ใช้บังคับแก่การชุมนุมสาธารณะภายในสถานศึกษา ดังนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมในวันนี้จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เมื่อสอบถามตัวแทนสหภาพฯ ระบุว่า ช่วงเย็นตำรวจจากสน.ชนะสงครามได้มาพูดด้วยและบอกว่า ตำรวจไม่มีอำนาจเหนือพื้นที่กิจกรรมในการพูดคุยไม่มีการสั่งห้ามหรือแสดงคำขอใดๆ 

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตำรวจแสดงความไม่เข้าใจในขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 นักกิจกรรมจัดงานรำลึกกราดยิงโคราช ตำรวจสน.ปทุมวันสั่งห้ามไว้ในการหนังสือสรุปสาระสำคัญการชุมนุมว่าข้อความและป้ายต่างๆต้องไม่มีข้อความหมิ่นประมาทให้ได้รับความเสียหายและยุยงปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง . ทั้งที่ตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่กำหนดเงื่อนไขในส่วนที่เป็นเนื้อหาของการชุมนุม

 

หากบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่แสดงป้ายหรือข้อความที่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยที่ผู้จัดการชุมนุมไม่ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมกระทำการดังกล่าวเป็นการทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่แสดงป้ายหรือข้อความเป็นรายกรณีไป กรณีที่ข้อความดังกล่าวมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีอำนาจจับกุมดำเนินคดีด้วยตัวเอง หากผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน