รวมมาตรการตรวจเข้ม ผวา ‘บิ๊ก เซอร์ไพรส์’ รับปริญญา มธ.–คำถามระงมใครส่งข้อมูลให้ จนท.

งานรับปริญญาบัตรของบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จบปีการศึกษา 2561 จัดขึ้นที่ท่าพระจันทร์ ระหว่าง วันที่ 30-31 ตุลาคม 2563 โดยในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง ท่ามกลางความร้อนแรงทางการเมืองซึ่งหนึ่งในข้อเรียกร้องระบุถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
 
กระแสการรณรงค์ไม่เข้ารับปริญญาเกิดขึ้นในช่วงการซ้อมใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน จนกระทั่งเพจ ‘บัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร’ ประกาศท้าทายฝ่ายความมั่นคงโดยตรงว่าจะมี ‘บิ๊ก เซอร์ไพรส์’ ภายในงานแน่นอน
 
นั่นทำให้การรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์งานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
 
  • เจ้าหน้าที่มีทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยเฉพาะนอกเครื่องแบบนั้นมาจากหลายหน่วยงานกระจายตัวอยู่จำนวนมากภายในมหาวิทยาลัยและบริเวณโดยรอบ รวมถึงมีเรือตรวจการณ์ในแม่น้ำเจ้าพระยาหลายลำ โดยที่เรือข้ามฟากยังเปิดบริการปกติ
  • มีจุดตรวจอยู่ที่ประตูท่าพระจันทร์และท่าพระอาทิตย์ซึ่งเป็น 2 ประตูที่มหาวิทยาลัยเปิดให้เข้าออก จุดตรวจยังปรากฏอยู่ที่สนามหลวงฝั่งศาลฎีกาและหน้า มธ.ด้วย โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายตัว
  • การตรวจบัตรประชาชน ณ จุดตรวจเป็นไปอย่างเข้มงวด ต้องนำบัตรสอดเข้าเครื่องแสกนของเจ้าหน้าที่ แต่ประตูท่าพระจันทร์นั้นหากเป็นบัณฑิตสามารถเดินเข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนแสกนบัตร
 
การตรวจบัตรประชาชนเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างหนักหน่วง จากการประมวลผลของผู้สังเกตการณ์ที่ลงพื้นที่ในหลายจุดทั้ง 2 วัน พอสรุปขั้นตอนได้ดังนี้  
 
1. จุดตรวจแทบจะไม่มีการตรวจกระเป๋า เน้นแต่การตรวจบัตรประชาชนเท่านั้น
 
2. ผู้ที่ไม่มีบัตรประชาชนจะถูกแยกไปอีกแถวเพื่อใช้ใบขับขี่ หรือบอกเลขบัตรประชาชนกับเจ้าหน้าที่
 
3. เมื่อเจ้าหน้าที่นำบัตรประชาชนไปเข้าเครื่องแสกนของเจ้าหน้าที่ ข้อมูลจะปรากฏบนหน้าจอมือถือของเจ้าหน้าที่ หากหน้าจอไม่ปรากฏ ‘สีแดง’ จะได้รับสติ๊กเกอร์แล้วผ่านไปได้ด้วยความรวดเร็ว
 
4.หากหน้าจอแสดงผล ‘สีแดง’ จะถูกแยกไปอีกจุด มีการถ่ายภาพหน้าตรงของบุคคลดังกล่าวก่อนจะได้รับสติ๊กเกอร์แล้วผ่านไปได้ หน้าจอสีแดงดังกล่าวมีข้อความว่า “ตรวจสอบพบในฐานข้อมูล พบจากรหัสบัตร”
 
5. สติ๊กเกอร์แต่ละจุดจะมีสีต่างกันและมีตัวเลขประกอบ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ได้คำตอบว่า เป็นเพียงการแบ่งแยกเป็นชุดตามจุดต่างๆ และเรียงลำดับเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจนับจำนวน ไม่ใช่การแบ่งประเภทบุคคลแต่อย่างใด ไทยพีบีเอสระบุว่าสติ๊กเกอร์มีทั้งหมด 6 สีคือ เขียว / ฟ้า / แดง / เหลือง / น้ำตาล / ม่วง
 
6.ในวันแรกมีผู้แจ้งว่า หลังการตรวจบัตร เจ้าหน้าที่ยืนยันให้บัณฑิตออกมารับเพื่อยืนยันว่ามาแสดงความยินดีจริงๆ ไม่ได้มาทำกิจกรรมการเมือง เมื่อบุคคลดังกล่าวสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าชื่อของเขาถูกจับตาใช่หรือไม่ ตำรวจตอบว่า ใช่ พร้อมระบุว่า “มหาวิทยาลัยเป็นคนส่งชื่อมาให้” อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลกับฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีการส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
 
7. ผู้ที่ไม่ซ้อมรับปริญญาหลายราย พบว่าเมื่อแสกนบัตรแล้วจะขึ้นหน้าจอ ‘สีม่วง’ มีข้อความว่า “ตรวจสอบพบในฐานข้อมูล พบจากชื่อ นศ.ที่ไม่ร่วมซ้อมใหญ่รับปริญญา มธ.2563”
 
 
คนส่วนใหญ่อาจไม่มีปัญหา “จอแดง” แต่ก็มีหลายคนที่ประสบเหตุดังกล่าว เช่น อั๋ว จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ รวมถึงอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มธ.คนหนึ่งก็โพสต์ว่ามีปัญหาลักษณะนี้และน่าจะเป็นเพราะ “ไปเซ็นชื่อตามแถลงการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยหรือเสรีภาพการแสดงออกต่างๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้” เป็นต้น  อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นยืนยันได้ว่าแม้เป็นบุคคลที่ไม่มีชื่อเสียงในทางสาธารณะก็มีโอกาส ‘จอแดง’ ได้เช่นกัน
 
สำหรับผู้ที่ขึ้นหน้าจอ ‘สีม่วง’ นั้นก็เป็นประเด็นสำคัญและนำมาสู่การออกแถลงการณ์ของคณะกรรมการบัณฑิต มธ.ตั้งแต่คืนวันที่ 30 ต.ค.ระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากจากนักศึกษาจึงขอสอบถามมหาวิทยาลัยถึงเหตุผลของการเปิดเผยข้อมูลการเข้าร่วมและไม่เข้าร่วมซ้อมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร อันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พึงกระทำได้ของบัณฑิต ให้แก่หน่วยงานภายนอก นอกจากนี้วันที่ 31 ต.ค.เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ก็ออกแถลงการณ์ให้มีมหาวิทยาลัยตอบให้ชัดเจนและดำเนินการทางวินัยและดำเนินคดีละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้เกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม จนเสร็จสิ้นพิธีมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
 
นอกจากนี้ความสับสนยังเกิดขึ้นอีกประการหนึ่ง เมื่อสื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวอ้างรายงานของฝ่ายความมั่นคงว่า บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ไม่เข้ารับปริญญาทั้งคณะ จนมีบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
 
ทั้งนี้ สื่อมวลชนยังอ้างข้อมูลฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่า มีนักศึกษา มธ.รับพระราชทานปริญญาบัตรราว 51% และนั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติเพราะในทุกปีตัวเลขผู้เข้ารับปริญญาจะอยู่ที่ 50-54 % อยู่แล้ว
 
ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น มีการจัดกำลังดูแลจากกองทัพบก เช่น กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) เป็นต้น ส่วนพื้นที่ภายในได้จัดกำลังจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ ขณะที่พื้นที่ทางน้ำเป็นหน้าที่ของกองทัพเรือดูแล
 
สำหรับประชาชนผู้สวมใส่เสื้อสีเหลืองเฝ้ารับเสด็จบริเวณหอประชุมใหญ่และหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นปรากฏว่ามีจำนวนพอสมควรในวันแรก ส่วนวันที่สองมีเพียงประปรายเนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงเย็น
 
สำหรับกิจกรรมบิ๊ก เซอร์ไพรส์ ของกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร ปรากฏว่ามีการจัดกันเพียงช่วงสั้นๆ ของวันที่ 31 ต.ค.โดยเน้นให้บัณฑิตถ่ายรูปคู่แสตนดี้ปรีดี พนมยงค์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และ ‘เบอร์นาร์ด’ ชายสูงวัยขายถั่วอันเป็นสัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์ไปแล้ว ส่วนที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของกิจกรรมคือ การแจกคิวอาร์โคดให้ดูคลิป ‘คนแดนไกล’ ซึ่งก็คือ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ในลุคหญิงสาวใส่ขนตาปลอมยาวมาก คลิปดังกล่าวเป็นเพียงสั้นๆ แสดงความยินดีกับบัณฑิตซึ่งสำเร็จการศึกษาด้วยตนเองหาใช่เพราะคนอื่น รวมทั้งตั้งคำถามกับพิธีกรรมการรับปริญญาบัตร
ชนิดบทความ: