ภรณ์ทิพย์: กลุ่มละครกับความฝัน

"เราคิดเรื่องกฎหมายกันก่อนแสดง และพูดกันหลังเวทีก่อนขึ้นแสดงด้วยซ้ำ เราคิดว่ามันเหมือนกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ฉายกันตอนเช้าทางโทรทัศน์ ซึ่งมีเรื่องเจ้าอยู่ด้วย แล้วเราก็คิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมาดำเนินคดีกับละคร ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระมาก"
 
ทีมงานละคร "เจ้าสาวหมาป่า" คนหนึ่งเล่าให้ฟัง หลังจากที่กอล์ฟ-ภรณ์ทิพย์ และแบงค์-ปติวัฒน์ ถูกจับกุมและดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ในฐานะผู้กำกับละครและนักแสดงตามลำดับ ทั้งสองคนไม่ได้รับสิทธิประกันตัวระหว่างการสอบสวนและพิจารณาคดี ก่อนถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 5 ปี แต่ลดโทษเหลือ 2 ปี 6 เดือน เพราะทั้งสองรับสารภาพ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 
 
150
 
 
"ที่มาของละคร คือ ตอนนั้นเป็นช่วงใกล้ 14 ตุลาฯ เราเลยร่วมโครงการในงาน 40 ปี 14 ตุลา เขียนโครงการไปมีจุดประสงค์จะพัฒนาศักยภาพละคร เพราะคนที่ทำงานด้านละครมีไม่เยอะ ทางกลุ่มประกายไฟการละครจึงทำโครงการนี้เพื่อชวนเยาวชนและนักเคลื่อนไหวจากหลากหลายกลุ่มเข้ามาลองทำกิจกรรมการสื่อสารผ่านละคร กลุ่มประกายไฟเหมือนเป็นผู้ประสานงาน มีคนอายุตั้งแต่ 10-40 เข้ามาร่วมกันทำ workshop และคิดร่วมกันว่าในละครเรื่องนี้จะสื่อสารประเด็นอะไรบ้าง" 
 
"ชื่อ "เจ้าสาวหมาป่า" นั้นกอล์ฟเป็นคนคิด แต่คิดขึ้นมาเร็วๆ เพราะทางมูลนิธิ 14 ตุลาฯ ต้องการเร่งประชาสัมพันธ์กิจกรรมไปก่อน แต่ตอนหลังพอหลายๆ คนมาช่วยกันเขียนเรื่อง เนื้อหาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องกับที่ตอนแรกกอล์ฟคิดไว้เลย" 
 
"เราตั้งใจจะสื่อสารเรื่องชนชั้น ช่วงนั้นเรื่องสีเสื้อเป็นประเด็นร้อนแรง ตอนสุดท้ายของเรื่องมีเด็กออกมาเอาหมอนฟาดกันแล้วขนไก่ฟุ้งไปหมด เป็นสัญลักษณ์แทนว่าการสาดสีใส่กัน แล้วนำไปสู่การฆ่ากันไม่ใช่ทางออก เราจะต้องไปให้ถึงปัญหาในเชิงโครงสร้าง"
 
"นักแสดงไม่มีค่าตัวนะ คนทำงานละครเรื่องนี้ทุกคนไม่มีค่าตัวเลย ขอทุนมาทำอุปกรณ์ ทำฉาก ค่าเดินทางไปซื้อของก็เกือบจะไม่พออยู่แล้ว" 
 
ทีมงานคนหนึ่งอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับละครอันเป็นที่มาของการดำเนินคดี ในขณะที่เพื่อนของเธอสองคนต้องติดคุก และเพื่อนอีกหลายคนยังต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะไม่มั่นใจว่าถูกออกหมายจับหรือไม่ และไม่มั่นใจว่าภายใต้กฎอัยการศึก ทหารและตำรวจจะบุกเข้ามาค้นบ้านเมื่อไร
 
.
"กลุ่มประกายไฟการละครรวมตัวกันมาตั้งแต่ประมาณปี 52 กิจกรรมหลักของกลุ่มเราจะไปสอนละครให้เด็กในพื้นที่ต่างจังหวัด กอล์ฟเป็นคนมีความฝันว่า อยากให้เด็กต่างจังหวัดสามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านของเขาผ่านละคร เล่าผ่านศิลปะ อยากให้เด็กมีวิธีสื่อสารมากกว่าการพูดตรงๆ หรือการออกมาถือป้าย ซึ่งทำกันมาหลายปีแต่ไม่สำเร็จ"
 
"กอล์ฟจะเป็นคนทำงานต่อเนื่องกับเด็กๆ เช่น เวลามีงานอะไรในกรุงเทพฯ ก็จะชวนเด็กๆ ที่เคยไปสอน ให้มาบอกเล่าเรื่องราว หรือให้ขึ้นไปแจมตามเวทีต่างๆ"
 
"ช่วงหลังการสลายการชุมนุมปี 53 เราเล่นละครตามข้างถนน เกี่ยวกับเรื่องคนที่เสียชีวิต ตอนแรกเล่นละครแบบไม่มีเงินก่อน เสื้อผ้าที่ใช้ก็เป็นเสื้อผ้าบริจาคเอามาเย็บเอง เครื่องแต่งหน้าก็ขอบริจาคมาจากคนที่ไม่ใช้แล้ว พอตอนหลังคนเริ่มสนใจก็เลยเปิดกล่องรับบริจาคเอาเงินมาทำอุปกรณ์ เวลาไปแสดงแต่ละครั้งนักแสดงไม่เคยได้เงินจากกองกลางเลยเพราะต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าทำละครเรื่องต่อไป"
 
สมาชิกคนหนึ่งของ "ประกายไฟการละคร" เล่าถึงกลุ่มกิจกรรมเล็กๆ ที่ทำงานอย่างอิสระด้วยใจรัก แต่ตอนหลังต้องแยกย้ายกันไปเพราะสถานการณ์บ้านเมืองและเพื่อความปลอดภัย
 
"เวลาทำกิจกรรมกอล์ฟจะเป็นคนขี้โมโห แต่ใจดีกับเพื่อนและน้อง มีระเบียบวินัยในตัวเองสูงมากในการทำงาน ทำให้เพื่อนเคารพและให้เกียรติ กอล์ฟมันจะเป็นคนครีเอทดี และควบคุมคนได้ เลยมีพาวเวอร์ในการออกคำสั่งว่าฉากนี้ต้องเป็นแบบนี้นะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะแย้งไม่ได้ กอล์ฟก็รับฟัง" 
 
"กอล์ฟเป็นเด็กที่จบมัธยมจากพิษณุโลก ทำกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว พอมาเรียนต่อรามคำแหงก็ทำกิจกรรมต่อ ก่อนมาทำเรื่องการเมืองกอล์ฟทำกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพเยาวชน กอล์ฟชอบไปสอนหนังสือให้เด็กต่างจังหวัดในหมู่บ้านที่ยากจน ไม่มีโอกาสไปเรียนพิเศษ สอนวาดภาพบ้าง สอนภาษาอังกฤษบ้าง เช่น ที่จังหวัดมุกดาหาร ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในชุมชนคลองเตย บางครั้งก็ไปช่วยงานกิจกรรมของเครือข่าย บางครั้งก็ไปเปิดพื้นที่ใหม่เอง แต่กอล์ฟมาดังในภาพที่ทำงานประเด็นการเมือง"
 
"กอล์ฟเป็นคนมีพรสวรรค์เรื่องศิลปะ เป็นคนชอบวาดรูปมาก ตอนอยู่มัธยมเป็นแชมป์สีน้ำ กอล์ฟฝันอยากเป็นครูสอนศิลปะให้กับเด็กบนดอย ฝันอยากทำโรงเรียนให้กับเด็ก เป็นโรงเรียนในจินตนาการที่สอนเด็กจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัว สอนโดยไม่เลือกว่าเด็กต้องนับถือศาสนาอะไร แต่แม่ก็ไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าถ้าเป็นครูอาจจะไส้แห้ง" 
 
"หลังจากมาทำละครกับมูลนิธิ 14 ตุลาฯ ครั้งนี้ กอล์ฟได้เจอคนหลากหลายรวมทั้งเด็กๆ กอล์ฟมีความฝันที่สวยงามและเชื่อว่าเด็กๆ สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้"  
 
เพื่อนนักกิจกรรมที่รู้จักกอล์ฟมาหลายปี เล่าถึง "ความเป็นกอล์ฟ" และความฝันอันสวยงามที่ยังไม่มีโอกาสจะมาถึงในเวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี กับอีก 6 เดือน
 
ถึงแม้คนตัวเล็กๆ ที่มีความตั้งใจจะไม่อาจมีเสรีภาพได้ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่เข้มงวด 
ถึงแม้กลุ่มละครกลุ่มเล็กๆ ที่มีความทรงจำจะไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้ภายใต้การปราบปรามอย่างรุนแรง 
แต่ความฝันเล็กๆ ที่มีรอยยิ้มนี้ คงไม่อาจถูกลดทอนไปได้ด้วยกฎอัยการศึก กรงขัง หรือกระบวนการยุติธรรม
 
หากเรื่องนี้ทำให้คุณอยากรู้รายละเอียดของคดี คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลของเรา 
ชนิดบทความ: