ศาลทหารยกคำร้องขอฝากขังนักกิจกรรม "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่"

 
ศาลทหารยกคำร้องขอฝากขังนักกิจกรรม "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" แต่ พนักงานสอบสวนคดี ชุมนุม 22 พ.ค. ยังอาจอายัดตัวได้ภายหลัง ขณะที่ราชทัณฑ์แจ้งว่า วันนี้ ไม่มีหมายปล่อยตัว 14 คน แค่อำนาจควบคุมตัวสิ้นสุดลง และจะปล่อยตัวในวันพรุ่งนี้
 
7 กรกฎาคม 2558 ครบกำหนดฝากขังนักกิจกรรม ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทั้ง 14 คน พนักงานสอบสวนเดินทางมายื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลทหารต่อเป็นผลัดที่ 2 ขณะที่ทีมทนายความเตรียมแถลงคัดค้านการฝากขัง
 
ตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศที่หน้าศาลทหารเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งสื่อมวลชนจำนวนมากมาทำข่าว รวมทั้งเพื่อนและผู้สนับสนุนนักกิจกรรมทั้ง 14 กลุ่มใหญ่ เดินทางมาให้กำลังใจ อย่างไรก็ตาม มีเพียงญาติ และตัวแทนจากสถานทูตเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องพิจารณาคดี ส่วนสื่อมวลชน เพื่อนๆ และผู้ที่มาให้กำลังใจ ต้องรออยู่ด้านนอก บริเวณศาลหลักเมือง
 
ศาลทหารเริ่มกระบวนการไต่สวนในเวลา 10.30 น. ในห้องพิจารณาคดีนอกจากศาลและผู้ต้องหาแล้ว ก็มีญาติของนักกิจกรรมประมาณ 15 คน และ และผู้แทนจากสถานทูตต่างๆ อีก 10 คน รวมอยู่ด้วย วันนี้ศาลสั่งห้ามผู้สังเกตการณ์หรือญาติจดโน้ต แต่ทนายจำเลยให้จดได้
 
คำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนมีใจความว่า คดีนี้ได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการรวบรวมสำนวนส่งอัยการ
 
กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายจำเลยแถลงต่อศาล 2 ประเด็นว่า
 
1. ขอให้ศาลพิจารณาคดีโดยเปิดเผย เนื่องจากคดีนี้มีคนสนใจมาก จึงขอให้ศาลจัดถ่ายทอดสดการพิจารณาคดีไปอีกห้องหนึ่ง เพื่อให้ผู้สนใจที่เข้าห้องพิจารณาไม่ได้ มีโอกาสร่วมฟังการพิจารณาผ่านระบบวิดีโอ
 
2. หลังการฝากขังผลัดแรก มีเจ้าหน้าที่รัฐไปที่บ้านของผู้ปกครองของผู้ต้องหา เพื่อพูดคุยสอบถามว่าเหตุใดบุตรหลานจึงต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงพยานหลักฐาน ขัดกับหลักยุติธรรม จึงขอให้ศาลเรียกทหารเหล่านั้นมาไต่สวน
 
สำหรับการฝากขัง ทนายกฤษฎางค์แถลงคัดค้านว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว เพราะสอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการรวบรวมสำนวนส่งอัยการเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมตัวไว้ ระหว่างรออัยการสั่งฟ้อง ขอให้ศาลเห็นแก่อนาคตทางการเรียนของนักศึกษาด้วย
นอกจากการแถลงคัดค้านของทนายแล้ว ผู้ต้องหาบางคนยังลุกขึ้นแถลงต่อศาลด้วยตนเองด้วย
 
รังสิมันต์ โรม แถลงว่า ทุกคนไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หากเจ้าหน้าที่จะจับก็สามารถจับได้ และทุกคนยินดีให้จับกุม
 
พรชัย ยวนยี แถลงว่า เราไม่ได้คิดจะหลบหนี และไม่ได้เป็นอาชญากรรมต่อรัฐ เราเพียงแต่ออกมาต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และศาลมีหน้าที่คานอำนาจรัฐบาล คุกนั้นมีไว้ขังบุคคลที่เป็นอันตรายต่อสังคม แต่เราไม่ได้เป็นอันตราย ตัวผมเองมีหน้าที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงดูภรรยาและลูก ส่วนเพื่อนๆ ก็ต้องกลับไปเรียน
 
จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา แถลงว่า การสอบสวนในเรือนจำทำได้ยากลำบาก อากาศร้อน และต้องใช้โทรศัพท์การพูดคุยกับทนายและตำรวจไม่สะดวก ถ้าอยู่ข้างนอก การสอบสวนจะทำได้สะดวกกว่านี้ และสามารถปรึกษาทนายได้ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหา
 
หลังฟังคำแถลง ศาลมีคำสั่งว่า พิจารณาแล้ว ให้ยกคำร้องขอฝากขังผลัดที่ 2 ของพนักงานสอบสวน เนื่องจากเห็นว่าได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว และผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และไม่น่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
 
หลังศาลยกคำร้องขอฝากขัง ผู้ต้องหาชายทั้ง 13 คน จะถูกนำตัวกลับไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อปล่อยตัว ส่วนชลธิชา แจ้งเร็ว ผู้ต้องหาหญิง จะได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง คาดว่าการปล่อยตัวจะเกิดขึ้นในช่วงค่ำ
 
 
394
 
 
หลังศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขัง เพื่อนๆ และผู้ไปให้กำลังใจนักกิจกรรมทั้ง 14 คน ต่างโห่ร้องแสดงความยินดี สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ขอให้ผู้ที่อยู่บริเวณหน้าศาลสลายตัวไปรวมตัวกันที่ธรรมศาสตร์เพื่อไปรอรับผู้ต้องหาทั้ง 14 คน ต่อไป
 
อย่างไรก็ตาม แม้ศาลจะยกคำร้องขอฝากขัง แต่พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีการชุมนุมในวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ทั้งที่ขอนแก่น และที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพ ยังคงมีอำนาจขออาญัติตัวนักกิจกรรมทั้ง 14 คน ไปทำการควบคุมตัวหรือสอบสวนได้ เนื่องจากคดีที่ศาลยกคำร้องในวันนี้ เป็นคดีจากการชุมนุมในวันที 25 มิถุนายน 2558 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน
 
ส่วนเรื่องการปล่อยตัว ทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับแจ้งจากราชทัณฑ์ว่า วันนี้ไม่มีหมายปล่อยตัว 14 คน ศาลไม่ได้ออกหมายปล่อยให้ แค่อำนาจควบคุมตัวสิ้นสุดลง โดยเรือนจำจะใช้วิธีให้หมายขังที่มีผลถึงวันนี้ (7 กรกฎาคม 2558) สิ้นผลลง และจะปล่อยตัวในวันพรุ่งนี้เนื่องจากเรือนจำมีระเบียบห้ามปล่อยตัวเวลาเที่ยงคืน
 
 
 
Article type: