เรียกปรับทัศนคตินักการเมืองฟากเพื่อไทย มาตรการที่ไม่ได้ผลแต่ยังคงย้ำคิดย้ำทำ

จากกระแสเจ้าหน้าที่ทหารพาตัวนักการเมืองอย่าง 'วรชัย เหมะ' อดีต ส.ส.เพื่อไทย ไปปรับทัศนคติ ซึ่งแม้จะถูกปล่อยตัวเเเล้ว แต่ขณะถูกควบคุมตัวเราแทบไม่ทราบชะตากรรมว่าถูกพาตัวไปสถานที่ไหน อีกวันต่อมา 'วัฒนา เมืองสุข' ก็ถูกทหารนำกำลังไปที่บ้านก่อนพาตัวไปที่มทบ.11 เพื่อปรับทัศนคติ หลังโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กถึงกรณีการเรียกตัววรชัยเข้าค่าย 
 
ช่วงปีที่ผ่านมานักการเมืองจากฟากพรรคเพื่อไทยหลายคนต่างถูกเรียกตัวเข้าค่ายทหาร จากเหตุวิพากษ์วิจารณ์การเมืองและการทำงานของรัฐบาลคสช. โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวอย่าง 'ร่างรัฐธรรมนูญ' ไอลอว์รวบรวมและเรียบเรียง สถานการณ์ที่ทหารเข้าควบคุมตัวและวิธีปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกเรียกรายงานตัว โดยเฉพาะในสถานที่ปิดลับ และอาจนำไปสู่เหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นๆ  
 
เรียกวรชัยเข้าค่าย-ไม่ทราบสถานที่ จากวิจารณ์ รธน. ผ่านมุมมองนักการเมือง
 
25 มีนาคม 2559 วรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวกับสื่อมวลชนว่ากองทัพบกและผู้มีอำนาจให้นายทหาร ทบ.ที่ติดตามเขาอยู่ประสานมาว่า ทางทบ.จะเรียกเข้าไปคุย โดยนัดว่าจะมารับที่บ้านที่สมุทรปราการ  
 
กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 26 มีนาคม 2559 วรชัยออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่บ้านย่าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เขา ถึงกรณีออกมาให้ความเห็นเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบ ลาออกจากตำแหน่งหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งให้ทหารมาเอาตัวจากที่บ้านพักเพื่อไปปรับทัศนคติ
 
ต่อมา เวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พ.อ.อาทิตย์ ดีประเสริฐ เสนาธิการ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เดินทางมาถึงบ้านของวรชัย พร้อมกำลัง 3 นาย เข้าไป "เชิญ" วรชัย ออกมาขึ้นรถตู้สีขาว ระหว่างที่วรชัย ขึ้นไปนั่งบนรถตู้ ยังได้หันหน้าออกมาโบกมือทักทายกับสื่อมวลชน โดยไม่มีท่าทีเครียดแต่อย่างใด ก่อนที่ขบวนรถจะเดินทางออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้ระบุว่าจะเดินทางไปที่ใด 
 
หากย้อนไปเมื่อปีที่เเล้ว 16 กันยายน 2558 วรชัยเคยออกมาเปิดเผยว่า มีทหารแต่งชุดลายพรางรวม 6 คน เดินทางมาที่บ้านพัก แต่ขณะนั้นไม่อยู่บ้าน 
 
โดยตั้งแต่หลังรัฐประหารเป็นต้นมาวรชัยถูกเรียกปรับทัศนคติมาเเล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง  รวมครั้งปัจจุบันเป็นอย่างน้อย 5 ครั้ง
 
 
อีกครั้งของวัฒนา จากเหตุวิจารณ์เรียก'วรชัย' เข้าค่ายฯ  
 
27 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 17.30 น. วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กว่าแม่บ้านโทรศัพท์มาแจ้งว่าทหารยกกำลังมาที่หน้าบ้าน สั่งให้เปิดประตูไม่เช่นนั้นจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 จับไปทั้งบ้าน พอดีภริยาอยู่บ้านเลยไม่เปิดบ้านให้ แจ้งพวกเขาไปว่า ออกไปข้างนอกแต่พวกเขาไม่เชื่อ กองกำลังที่มาอ้างว่าจะขอควบคุมตัววัฒนาไปโดยอำนาจตามมาตรา 44 เนื่องจากโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเรื่องการควบคุมตัววรชัย เหมะ 
 
โดยวัฒนา ยังระบุว่า เขาจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ทหารด้วยตนเอง และวันที่ 28 มีนาคม 2559 เวลา 11.00 น. เฟซบุ๊ก 'ฉัตรมงคล วัลลีย์' โพสต์ภาพพร้อมรายงานด้วยว่า วัฒนา เดินทางมาถึง มลฑลทหารบกที่ 11 แล้ว ขณะที่ความคืบหน้าของการควบคุมตัวนายวรชัยนั้น วานนี้ (27 มีนาคม 2559) NOW26 รายงานว่าพยายามติดต่อ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก  เพื่อสอบถามความคืบหน้าการควบคุมตัวนายวรชัย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ 
 
ก่อนหน้านี้ วัฒนาเคยถูกควบคุมตัวไปครั้งหนึ่งและถูกตั้งข้อหากระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2550 จากกรณีที่วิจารณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งให้สัมภาษณ์กรณีที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกเจ้าหน้าที่ทหารติดตามและถ่ายภาพว่า เป็นเพราะ ยิ่งลักษณ์เป็นคนสวย ซึ่งวัฒนาวิจารณ์ว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีลักษณะเหยียดเพศ วัฒนาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันจะยังคงแสดงความเห็นต่อไป เพราะเห็นว่าการแสดงออกของเขาถือว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศให้การยอมรับ และคิดว่าผู้ที่รับเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชนสามารถถูกวิจารณ์ได้ทั้งสิ้น 
 
โดยก่อนหน้านี้ วัฒนาถูกเรียกปรับทัศนคติเเล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง รวมครั้งปัจจุบันเป็น 4 ครั้ง
 
 
 
วันเดียวกันที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัววรชัย  และวัฒนา  ว่าทั้งสองคนต้องรู้อยู่แล้วว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศอยู่ คงต้องรู้ว่าสมควรหรือไม่ที่จะออกมาเคลื่อนไหวในเวลานี้ ทั้งนี้อยากขอเวลา เพราะอีกไม่นานก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว อย่างไรก็ตามหากเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาพูดคุย แต่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องคงต้องจัดทำเป็นหลักสูตรเพื่ออบรม โดยจะมีระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน สำหรับการควบคุมตัวทั้ง 2 คนนั้นยืนยันว่าไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใดและอยากให้ดูที่เจตนาด้วย ขณะเดียวกันร่างรัฐธรรมนูญก็ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วและอีกไม่นานก็จะเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ เมื่อถามว่า คสช.จะควบคุมตัววรชัย และวัฒนากี่วัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะคสช.เป็นผู้ดำเนินการ
 
 
 
จตุพร 6 ครั้ง ณัฐวุฒิ 5 ครั้ง ถูกขอให้งดพูดการเมืองเชิงวิพากษ์วิจารณ์
 
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นนักการเมืองฝั่งพรรคเพื่อไทยอีกคนหนึ่งที่ถูกเรียกและจับกุมตัวไปปรับทัศนคติแล้วหลายครั้ง
 
18 กุมภาพันธ์ 2559 เจ้าหน้าที่ทหารเดินทางมาพบจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 
ที่สถานีโทรทัศน์พีชทีวี อิมพีเรียล ลาดพร้าว เพื่อพาตัวไปพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจารณ์ทางการเมืองที่มทบ.11 
โดยมีนพ.เหวง โตจิราการขอเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปกับจตุพรด้วย 
 
ก่อนหน้านั้นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559  จตุพรถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร และถูกนำตัว ไปที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 หลังมีกระแสข่าวว่า จตุพรและณัฐวุฒิพร้อมแกนนำนปช. เชิญชวนประชาชนล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งที่ 2 ที่ท่าน้ำสี่พระยา 
 
เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2558 จตุพรและณัฐวุฒิก็เคยถูกจับ กลางตลาดมหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก และสื่อมวลชนจที่รอมาทำข่าว หลังจากประกาศนัดหมายรวมพลเดินทางไปที่อุทยานราชภักดิ์เพื่อตรวจสอบการก่อสร้างโครงการ และถูกนำตัวไปยังมณฑลทหารบกที่ 16 จังหวัดราชบุรี ก่อนถูกปล่อยตัวในคืนวันเดียวกัน 
 
นับรวมทั้งหมด จตุพรถูกเรียกและจับตัวไปปรับทัศนคติแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ส่วนณัฐวุฒิ 5 ครั้ง  
 
พิชัย - การุณ ต่างเคยเผชิญชะตากรรมเดียวกัน 
 
ปรากฏการณ์เรียกบุคคลให้ไปรายงานตัวและคุมขังไว้ในค่ายทหารเพื่อปรับทัศนคติเป็นเวลาหลายคืน โดยไม่เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวและไม่ให้ติดต่อบุคคลภายนอก ภายใต้รัฐบาลคสช. เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 3-4 เดือนหลังการยึดอำนาจ แต่หลังจากนั้นลักษณะการเรียกตัวจะเปลี่ยนเป็นแค่การพูดคุยแล้วปล่อยตัวในวันเดียวกัน รวมทั้งทหารปรับตัวเป็นรูปแบบการเชิญไปกินข้าว กินกาแฟ หรือการไปเยี่ยมเยียนที่บ้านมากกว่า จนกระทั่งการใช้อำนาจในลักษณะนี้กลับมามีให้เห็นอีกครั้ง ส่วนใหญ่ผู้ถูกเรียกไปแล้วกักตัวจะเป็นนักการเมืองฝ่ายพรรคเพื่อไทย  
 
9 กันยายน 2558 พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีทหารมารับตัวที่บ้านเพื่อไปปรับทัศนคติ ซึ่งคาดการณ์ว่า สาเหตุมาจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน วิจารณ์การบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน 10 กันยายน 2558 การุณ โหสกุล อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ถูกเชิญไปที่มณฑลทหารบกที่ 11 และถูกกักตัวไว้ 
 
กระทั่งวันที่ 15 กันยายน 2558 พิชัยและ การุณ ถูกปล่อยตัวโดยทั้งสองต้องลงนามในเอกสารข้อตกลงหยุดการเคลื่อนไหว
หรือแสดงความคิดเห็นที่จะกระทบต่อการทำงานของคสช. 
 
พิชัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ตนถูกเชิญตัวไปที่กองทัพภาคที่ 1 และถูกสอบถามเรื่องการร่วมเสวนาในหัวข้อ "หนักหัวใคร ถ้าฉันใช้ตรรกะวิบัติ" เมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2558 โดยพิชัยเปิดเผยว่า การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะที่ทหารขอความร่วมมือให้หยุดวิจารณ์รัฐบาล 
 
เท่าที่ไอลอว์บันทึกข้อมูลได้ พิชัยเคยถูกเรียกรายงานตัวเเล้ว อย่างน้อย 4 ครั้ง ขณะที่การุณ ถูกเรียกรายงานตัวแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง
 
 
 
ตั้งแต่คสช.เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป้าหมายส่วนใหญ่ที่รัฐบาลคสช.และเจ้าหน้าที่รัฐต้องการควบคุม คือ กลุ่มการเมือง ที่พวกเขาเห็นว่า เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และมีแนวคิดขัดขวางการบริหารประเทศของคสช. กลุ่มที่ถูกเรียกรายงานตัวและถูกจับกุมตัวอาจแบ่งได้เป็น กลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย กลุ่มชาวบ้านที่เคลื่อนไหวเรื่องปากท้องในประเด็นของตนเอง กลุ่มแกนนำทางการเมืองทุกกลุ่มซึ่งถูกเรียกรายงานตัวตั้งแต่หลังการรัฐประหารใหม่ๆ และกลุ่มนักการเมืองเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง 
  
กลุ่มนักการเมืองเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงนี้ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องถูกปรับทึศนคติหลายๆ ครั้ง แต่คนที่ต้องถูกเรียกบ่อยๆ เป็นกลุ่มที่ยังคงวิพากวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่ยอมหยุดตามที่ทหารขอ ซึ่งต่อมาทหารอาจจะพบว่าวิธีการนี้ยังใช้ไม่ได้ผลนัก เพราะหลังถูกปล่อยตัวออกมา กลุ่มคนเหล่านั้น ก็ยังยืนยันในเสรีภาพที่จะ พูด คิด เขียน ในทางสาธารณะต่อปรากฎการณ์ทางสังคมการเมืองต่อไปเรื่อยๆ 
 
ที่เห็นและเป็นอยู่ ความอ่อนไหว เปราะบาง ของผู้มีอำนาจ เป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา โดยเฉพาะเมื่อวิธีการเดิมๆ ไม่ได้ผลกับผู้ที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาล แล้วคสช.จะยังคงย้ำคิดย้ำทำอยู่กับที่หรือจะมีมาตรการใหม่ๆ ที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและบรรยากาศในสังคมมากขึ้น
 
 
Article type: