เจอกันอีกทีกลางปีหน้า ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสืบพยานคดีแกนนำ #MBK39 มิถุนา 62



วันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดตรวจพยานหลักฐาน คดีผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่หอศิลป์กรุงเทพ #MBK39 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2561  เวลาประมาณ 9.00 น. ศาลขึ้นบัลลังก์ จำเลยทั้ง เก้าคนมาศาล เอกชัยหนึ่งในจำเลยมาถึงศาลในเวลาประมาณ 10.30 น. เอกชัยแถลงต่อศาลว่าเขามาถึงศาลล่าช้า เพราะระหว่างเดินทางมารถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน

 

กระบวนการในวันนี้ศาลอ่านคำฟ้องให้จำเลยทั้งเก้าคนฟัง ทั้งเก้าคน ยืนยันให้การปฏิเสธ อัยการแถลงขอนำพยานเข้าสืบรวม 14 ปาก ศาลให้เวลา 5 นัด ฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าสืบรวม 13 ปาก ศาลให้เวลาสืบ 5 นัด และให้คู่ความไปนัดวันสืบพยานกันเองภายในวันนี้ซึ่งภายหลังทั้งสองฝ่ายนัดสืบพยานในวันที่ 4 - 7, 18 - 21, และ 25 - 26 มิถุนายน 2562

 

ก่อนหน้านี้อัยการฟ้องคดีนี้แยกเป็น 2 สำนวน เพราะวีระ หนึ่งในผู้ต้องหาไม่ว่างมาฟังคำสั่งคดีพร้อมกับผู้ต้องหาคนอื่นๆในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 จึงขอเข้าพบอัยการก่อนในวันที่ 22 ตุลาคม 2561 ในวันดังกล่าวอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีวีระจึงถูกฟ้องเป็นหนึ่งสำนวน ต่อมาเมื่อผู้ต้องหาคนอื่นๆมาฟังคำสั่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 อัยการจึงฟ้องผู้ต้องหาอีกแปดคนที่เหลือเป็นอีกหนึ่งสำนวนคดี หลังมีการฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 คน เป็นจำเลย อัยการแถลงขอให้ศาลรวมสำนวนคดีทั้งสองเข้าด้วยกันเพราะเป็นเหตุการณ์เดียวกันและใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ฝ่ายจำเลยแถลงไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตให้รวมสำนวนคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน

 

สำหรับรายละเอียดการกระทำตามข้อกล่าวหาตามคำฟ้องคดีนี้สรุปได้ว่า จำเลยทั้ง 9 คน มีพฤติการณ์ร่วมกันแชร์โพสต์เฟซบุ๊กบนเพจเฟซบุ๊กกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เชิญชวนประชาชนมาร่วมการชุมนุมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช.ในวันที่ 27 มกราคม 2561 ต่อมาในวันที่ 27 มกราคม 2561 จำเลยทั้งหมดร่วมกันจัดการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยที่บริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับวังสระปทุมในระยะห่างไม่เกิน 150 เมตร ระหว่างการชุมนุมมีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลและเรียกร้องให้คนออกมาร่วมการชุมนุม

 

การกระทำของจำเลยเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่ได้เป็นไปในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนุูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ด้วยการชุมนุมตั้งแต่ห้าคนและเป็นการชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 150 เมตรจากเขตพระราชฐานของเจ้านายชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า ตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ

 

โดยพยานโจทก์ที่จะมาเบิกความในคดีนี้ จะมีการนำสืบในประเด็นหลักๆได้แก่ ข้อความการปราศรัยของจำเลยมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 อย่างไร และระยะการยื่นของจำเลยระหว่างการทำกิจกรรมอยู่ห่างจากวังสระปทุมแค่ไหน ส่วนประเด็นหลักๆที่จำเลยเตรียมนำสืบ ได้แก่การชุมนุมของจำเลยเป็นเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและเจตนาในการกระทำของจำเลยเป็นเจตนาบริสุทธิ์ จำเลยบางส่วนก็เตรียมสู้คดีในส่วนของบทบาทว่าไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นผู้้จัดการชุมนุมด้วย

 

ระหว่างการพิจารณาในนัดนี้ สุกฤษฎ์ จำเลยที่เจ็ดได้แถลงขอให้ศาลอนุญาตให้สืบพยานลับหลังเขาเนื่องจากในขณะนี้เขาอยู่ระหว่างการศึกษาต่อที่ประเทศไต้หวันไม่สะดวกที่จะมาศาล ศาลเห็นว่าจำเลยที่เจ็ดมีการแต่งตั้งทนายความไว้แก้ต่างแล้ว และคดีก็มีอัตราโทษสูงสุดไม่เกิน 10 ปี จึงอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังได้ ส่วนที่ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลยุติการดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เนื่องจากมีการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 22/2561 ออกมายกเลิกแล้ว ศาลแจ้งกับทนายว่าจะนำประเด็นดังกล่าวไปใส่ไว้ในคำพิพากษา

 

หลังการเสร็จกระบวนพิจารณาคดีคู่ความลงมากำหนดวันนัดพิจารณาคดีร่วมกันและได้นัดวันสืบพยานกันในเดือนมิถุนายน 2562 ดังที่ได้ระบุไปข้างต้น สมบัติ หนึ่งในจำเลยคดีนี้ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคเกียนและอยู่ระหว่างเตรียมการรณรงค์รับสมัครเลือกตั้งระบุว่าการถูกดำเนินคดีก็เป็นเสมือนชะตากรรมที่เลี่ยงไม่ได้ของคนทำกิจกรรม จึงไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อการรณรงค์และลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่รังสิมันต์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ก็ระบุว่า เนื่องจากตัวเขามีคดีจากการทำกิจกรรมหลายคดีทั้งในศาลพลเรือนและศาลทหาร หากคดีใดมีผลออกมาก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งก็อาจมีผลต่อคุณสมบัติในการลงสมัครหรือการเป็นผู้แทน แต่หากคดีมีคำพิพากษาหลังมีการประกาศรับรองผลเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯและอยู่ในสมัยประชุมก็อาจไม่กระทบกับการทำงานการเมืองมากนักเพราะจะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ อย่างไรก็ตามตัวเขามีความกังวลกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารมากกว่าศาลยุติธรรม

////////////////////////////////////////////////////
สำหรับเหตุแห่งคดีนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม 2561 เมื่อมีกลุ่มประชาชนมารวมตัวกันที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพ เพื่อคัดค้านการสืบทอดอำนาจของคสช. ให้มีการจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 และให้ยุติการดำเนินคดีกับกลุ่มประชาชนที่ร่วมกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ เดินเท้าจากกรุงเทพไปขอนแก่น เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุคดีนี้อยู่ใกล้ห้างมาบุญครอง จึงมีการตั้งชื่อย่อคดีว่าคดี #MBK39 ตามสถานที่และจำนวนของประชาชนที่ถูกดำเนินคดี สำหรับผู้ต้องหา 39 คนในคดีนี้มีการแยกดำเนินคดีเป็น 2 ลักษณะ

ประชาชน 30 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมการชุมนุมจะถูกตั้งข้อกล่าวหาตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคน และข้อหาชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 150 เมตรจากพระราชฐานของเจ้านายชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า ส่วนประชาชนอีก 9 คนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม ทั้ง 9 ถูกตั้งข้อกล่าวหาเหมือนกับผู้ต้องหาคดีผู้ร่วมการชุมนุมแต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดจะถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เพิ่มเติมด้วย สำหรับประชาชนอีก 30 คนที่ถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมการชุมนุมเบื้องต้นอัยการเจ้าของสำนวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีไปแล้วแต่ขณะนี้ยังรอคำสั่งคดีจากอัยการสูงสุดอยู่ โดยคดีดังกล่าวมีการเลื่อนนัดคำสั่งคดีไปแล้วถึงหกครั้ง ครั้งต่อไปในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562

 


อ่านรายละเอียดคดี #MBK39 (คดีผู้จัดการชุมนุม)
อ่านรายละเอียดคดี #MBK39 (คดีผู้ร่วมการชุมนุม)

Article type: