เลือกตั้ง 62: ไล่ทหารไปเป็นรั้วทำ “เสรีพิศุทธ์” อ่วม! ทหารแจ้งความแล้ว 4 คดี ป้ายโดนกรีด โรงงานป้ายโดนเผา

 

 

ความ "กล้าได้กล้าชน" กับฝ่ายทหารถือเป็น "ลายเซ็น" ของพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเสรีรวมไทย นับตั้งแต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ประกาศลงเล่นการเมืองภายใต้พรรคเสรีรวมไทยก็มีวาทะเผ็ดร้อนวิพากษ์รัฐบาล คสช. และกองทัพมาโดยตลอด และอุณหภูมิวาทะก็สูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตำหนิทหารที่ตามประกบระหว่างลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ที่จ.ปราจีนบุรี ทำให้พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกและเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาแสดงท่าทีตอบโต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาด้วยคดีความและตบท้ายด้วยการแสดงข้อเท็จจริงบนป้ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพ

 

1081

 

เสรีพิศุทธ์พูดอะไรบ้าง?

 

วันที่ 4 มีนาคม 2562 โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 1.20 นาที เป็นภาพของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระหว่างหาเสียงที่ จ.ปราจีนบุรีมีทหารคอยเดินติดตาม แม้แต่เวลาพักรับประทหารอาหารกลางวัน ต่อมาจึงเข้าตำหนิทหารนายดังกล่าว ซึ่งทราบภายหลัง คือ พ.ท.ปกิจ ผลฟัก รองหัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 12 โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ : ไปเป็นรั้วของชาติ ทำหน้าที่ชาติ เข้าใจไหม ไม่ตามเพ่นพ่านคนอื่นเขาอย่างนี้นะ

พ.ท.ปกิจ : บริเวณนี้เป็นเขตรับผิดชอบ ผมก็ต้องดูแลรับผิดชอบ

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ : เออ ไปๆ (4 ครั้ง) นะ อย่ามาเพ่นพ่าน อย่ามานู่นนี่ เข้าใจไหม?

พ.ท.ปกิจ: ครับผม

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ : ผมประชาชน คุณกินภาษีผม อย่ามารบกวน ผมไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร เข้าใจไหม…นะ ไปบอกนายคุณด้วยให้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ อย่าทะลึ่งยุ่งกับประชาชนเขา ผมมาหาเสียง ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร อัด[วิดีโอ]ทีวีออก ทหารมันไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง...นะ คุณไปรบกวนคนอื่นเขาได้ แต่ผม พล.ต.อ. อย่ามาทะลึ่ง เข้าใจไหม นายคุณเป็นหลังผมตั้ง 12 ปี ขออภัยๆ ตรงนู้นสิ ขออภัยตรงนู้น (มือชี้ไปที่กล้องวิดีโอ ขณะที่พ.ท.ปกิจ พยักหน้าแล้วก้าวถอยหลัง) อย่ามายุ่งกับผม ผมไม่ได้สร้างความเดือดร้อน ผมมาหาเสียง

 

ทหารฟ้อง 3 คดีรวด พร้อมให้ข้อมูลตำแหน่ง “เสรีพิศุทธ์”

 

หลังเกิดกรณีดังกล่าวเพียงหนึ่งวัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อพูดถึงเครื่องหมายติดอยู่บนเครื่องแบบทหารของ พล.อ.อภิรัชต์ ด้วยข้อความไม่เหมาะสม นอกจากนี้เตรียมให้ฝ่ายกฎหมาย คสช.แจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไปในเพจส่วนตัวของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

 

ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2562 พ.ท.ปกิจ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยชี้แจงว่า การลงพื้นที่ติดตามพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นไปเนื่องจากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ ทำให้เกิดกรณีพิพาทดังกล่าวขึ้น ก่อนจะมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอออกไป จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน


หากนับแล้วหลังจากที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ประกาศลงเล่นการเมืองภายใต้พรรคเสรีรวมไทย เขาถูกกล่าวหาให้ดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 4 คดี คือ 3 คดีข้างต้นและคดีมาตรา 14(2) ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์วิดีโอมีบทสัมภาษณ์วิจารณ์ คสช. ทำนองว่า "ประชามติก็โกง รัฐธรรมนูญก็โกง" ซึ่งผู้แจ้งความดำเนินคดีเป็นทหารรายหนึ่ง เท่ากับว่า ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่ออดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนนี้เป็นทหารทุกคดี

 

วันที่ 7 มีนาคม 2562 พล.อ. อภิรัชต์ ทำพิธีปฏิญาณตนนำถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถวายเครื่องราชสักการะและมอบประกาศนียบัตรให้ พ.ท.ปกิจ และชื่นชมว่า มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดีจากการถูกยั่วยุที่ถูกหมิ่นประมาทขณะปฏิบัติหน้าที่

 

วันเดียวกันบริเวณแยกกระทรวงศึกษาธิการ มุมด้านหลังป้อมตำรวจ ทางด้านซ้าย ป้ายโฆษณาจอแอลอีดี ภายใน กองทัพ ภาคที่ 1 ได้ขึ้นภาพของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมข้อความขณะให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2556 ระบุว่า “ถ้าไม่มีปฏิวัติครั้งที่แล้ว ถ้านายกรัฐมนตรีมาจากนักการเมือง ผมก็คงไม่ได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจ” โดยจอแอลอีดี ได้ขึ้นภาพดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าจนมาถึงเวลา 20.00 น.

 

หลังจากนั้นในวันที่ 8 มีนาคม 2562 กองทัพภาคที่ 1 ออกมาชี้แจงว่า การขึ้นป้ายดังกล่าวเป็นเพียงการนำเสนอถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยป้ายดังกล่าวเป็นป้ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพ ซึ่งตามปกติแล้ว ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็จะนำข่าวสารต่างๆ ของกองทัพมาเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบภารกิจและกิจกรรมของทางกองทัพอยู่ประจำ กองทัพไม่มุ่งหวังจะโจมตีใคร เพียงแต่ต้องการนำข้อเท็จจริงมาเปิดเผยเท่านั้น


พ่นสี-เผาโรงงานผลิตป้ายหาเสียงพรรคเสรีพิศุทธ์

 

วันที่ 7 มีนาคม 2562  วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพว่า ป้ายหาเสียงที่มีใบหน้าของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และวรินทร สิรรมย์ ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย เขต 7 กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่พระราม 5 ย่านหน่วยทหารถูกพ่นสเปรย์สีดำ และสีแดงที่ใบหน้าของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขณะที่ป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันกลับไม่ได้ถูกพ่น และอ้างคำสัมภาษณ์ของผบ.หน่วยทหารในบริเวณนั้นว่า ป้ายหาเสียงอยู่ในพื้นที่สาธารณะไม่ใช่ในเขตทหาร หรือใกล้รั้วทหาร มีคนผ่านไปมามากมาย อย่าสงสัยว่าเป็นทหาร

 

และป้ายหาเสียงของพรรคเสรีรวมไทยของภูวพัฒน์ ชนะสกล ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย เขต 6 กรุงเทพฯ จำนวนหลายป้ายที่ติดตั้งบริเวณริมถนนถนนพระราม 6 ถูกพ่นสเปรย์ทับเช่นกัน รวมทั้งอีกกรณี คือ ป้ายหาเสียงของธนกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย เขต 12 กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตบางเขนถูกกรีดทำลายบริเวณภาพใบหน้าของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยป้ายดังกล่าวติดอยู่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ แต่ป้ายหาเสียงของพรรคอื่นๆ กลับไม่ได้ถูกทำลายไปด้วย

 

ต่อมาวันที่ 8 มีนาคม 2562  โรงงานทำป้ายหาเสียงและวัสดุสำหรับติดตั้งป้ายของ อัคลีมา คลังเพชร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สระแก้ว พรรคเสรีรวมไทย เกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ท่อนไม้ยูคาลิปตัสสำหรับทำโครงป้ายและบริเวณโรงเรือนประกอบโครงป้ายหาเสียงได้รับความเสียหาย ก่อนหน้านี้ในวันที่ 7 มีนาคม 2562 ป้ายนโยบายของพรรคเสรีรวมไทยที่เตรียมนำไปติดตั้งหายไป ต่อมาจึงพบว่า ถูกทิ้งไว้ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ขณะที่ป้ายหาเสียงของผู้สมัครพรรคที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าวิทยาลัยการอาชีพวังน้ำเย็นก็ถูกกรีดทำลายตรงบริเวณชื่อของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หลังติดได้เพียง 2 วัน

 

ยังไม่ถอย ลั่นไม่เอาเผด็จการเด็ดขาด

 

หลังการฟ้องร้องดำเนินคดีของทหารและเหตุการณ์ข้างต้น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังคงเดินหน้าชนทหาร และเข้าร่วมดีเบตของเดอะ สแตนดาร์ดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 เขากล่าวว่า “...ผมตัดสินใจแล้ว ‘กูไม่เอาเผด็จการเด็ดขาด’ จะต้องอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น...เมื่อไม่เอาเผด็จการ [พรรค]ประชาธิปไตยก็มีเยอะแยะเลย ฝ่ายเผด็จการก็พยายามทุกรูปแบบที่จะสืบทอดอำนาจให้ได้ ท่านก็รู้อยู่ ฉะนั้นถ้าท่านปล่อยให้เผด็จการชนะการเลือกตั้งประเทศจะมีปัญหา ตอนนี้เผด็จการมีแล้ว 250 นะครับ หาอีกไม่เท่าไหร่ก็เป็นพรรคใหญ่ของประเทศแล้ว...

 

...[ทหาร] พยายามชิงความเป็นใหญ่ในบ้านเมือง ไม่อยู่ในกติกา ไม่ยอมให้รัฐบาลมาจากพี่น้องประชาชนปกครอง หาเวลาหาโอกาสในการยึดอำนาจมาโดยตลอด...ผมรู้ปัญหาของทหารดี จึงมีความจำเป็นต้องปฏิรูป ไม่เช่นนั้นประเทศชาติจะอยู่ไม่ได้ เห็นไหม ทหารพอขึ้นมาครองอำนาจ ยึดอำนาจมาเนี่ย โอ้โห ไม่ได้มองคนอื่น ไม่ได้มองพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น ปล่อยให้พี่น้องประชาชนอดอยากยากแค้น ทุกคนเป็นหนี้เป็นสินเยอะแยะกันไปหมด...

 

...ปรากฏว่า ทหารเป็นยังไงครับ เอางบประมาณเข้ากองทัพมากมาย จัดซื้อรถถัง เรือดำน้ำ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร อ้างว่าจะมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ไอ้คนอ้างไม่รู้ว่า มันจะอยู่ถึงหรือเปล่า เอางบประมาณไปหมดจนไม่เห็นหัวพี่น้องประชาชน... พูดไปเดี๋ยวมันบอกเปิดเพลงหนักแผ่นดินอีก คุณหญิง[สุดารัตน์]โดนมาแล้วนี่ แต่มาเจอเสรีพิศุทธ์บอก มึงนะมาฟังเพลงหนักแผ่นดินแทนก็แล้วกัน เอาทหารมาติดตามผม เลยไล่กลับกรมกองหมด เลยเอากองทัพมาสู้กับผม ทีนี้ยกทั้งกองทัพมาสู้กับเสรีพิศุทธ์คนเดียว ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมหาเสียงเสร็จเรียบร้อย หลังวันที่ 24 ผมจะมาลุยกองทัพ ให้มันรู้กันไป คนเดียวจะสู้ทั้งกองทัพ...”

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทหาร-ตำรวจตามติดนักการเมือง

 

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำการรัฐประหาร พรรคการเมืองก็ถูก คสช. ใส่ “กุญแจมือล็อคไว้” ให้ยุติบทบาททางการเมืองเป็นการชั่วคราวด้วยประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ในวันที่ 12 มิถุนายน 2557 ซึ่งระบุห้ามพรรคการเมืองประชุมหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และเมื่อคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งออกในวันที่ 1 เมษายน 2558 สั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป กลายกุญแจที่ล็อคพรรคการเมืองก็ยิ่งแน่นหนาขึ้นไปอีก

 

จนกระทั่งโรดแมปการเลือกตั้งดำเนินมาถึงจุดที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เริ่มบังคับใช้ในวันที่ 7 ตุลาคม 2560 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องดำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายในกำหนดเวลา มิเช่นนั้นจะเสียสิทธิ เช่น สิ้นสภาพหรือหรือไม่อนุญาตให้ส่งผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะถึงในปี 2562 แต่พรรคการเมืองก็ยังไม่สามารถทำตามนั้นได้เพราะยังถูกล็อคด้วยประกาศและคำสั่ง คสช. อยู่  คสช. จึงใช้ "มาตรา 44" คลายล็อคพรรคการเมืองครั้งแรกด้วยการคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ในวันที่ 22 ธันวาคม 2560 และครั้งที่สองด้วยการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561 ในวันที่ 14 กันยายน 2561 แม้จะมีการคลายล็อคพรรคการเมืองผ่อนคลายให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่นักการเมืองยังคงถูกทหารและตำรวจตามประกบอยู่เนืองๆ เท่าที่สามารถสืบค้นได้มีไม่น้อยกว่า 11 ครั้ง (นับรวมกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์) ดังนี้

 

25 ตุลาคม 2561

อุบลราชธานี - รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปเป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานชั่วคราวพรรคอนาคตใหม่ อุบลราชธานี ปรากฏว่า ทหารติดตามโดยตลอดตั้งแต่ออกเดินทางมาจากกรุงเทพฯ  มีการส่งต่อกันตามพื้นที่ และเมื่อไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไม่ได้พูดเรื่องการเมือง ก็ยังคงมีทหารก็ยังคงตามไปด้วย


16 ธันวาคม 2561

กรุงเทพฯ – สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบในการหาเสียงยังมีอยู่ อย่างเช่นการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษก็มีการห้ามประชาชนว่า ไม่ให้เข้ามาพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ถ้าเข้าไปพูดคุยจะมีการตัดงบประมาณในส่วนต่างๆ ซึ่งถือว่า เป็นการใช้อำนาจของข้าราชการที่มีสีและยอมรับว่า การลงพื้นที่ยังยากลำบาก ยังมีทหารตำรวจคอยติดตามอยู่ ถึงแม้ว่า จะไม่ว่าอะไรแต่ก็ไม่ควรที่จะห้ามประชาชน อย่างไรก็ตามจะอดทนเดินหน้าทำงานต่อไป คงไม่ไปเรียกร้องอะไรกับ คสช. เพราะเห็นว่า เปล่าประโยชน์

 

17 ธันวาคม 2562

สมุทรปราการ - วรชัย เหมะ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ระหว่างลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและหาสมาชิกพรรคที่ ซอยลิขิต 7 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีทหารและตำรวจในเครื่องแบบ ขี่มอเตอร์ไซค์ตามประกบตนขณะลงพื้นที่ตลอด

 

9 มกราคม 2562

เชียงราย - สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ตั้งแต่เข้าพื้นที่เชียงราย มีชายฉกรรจน์มาตามถ่ายภาพการทำงานทุกจุด จนกระทั่งมาทานอาหารกับทีมงานก็ยังตามมาถ่ายภาพ จึงเดินเข้าไปสอบถาม ได้คำตอบว่า มาดูแลความปลอดภัย เมื่อสอบถามว่า มาจากหน่วยใด เจ้าหน้าที่ตอบว่า มาจาก “กองเมือง”

 

10 มกราคม 2562

นครปฐม - จุมพิตา จันทรขจร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 จ.นครปฐมกล่าวว่า หลังจากที่ได้ประกาศตัวต่อสาธารณะ และเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปแล้วว่า เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 จ.นครปฐม ของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ปรากฏว่า มีตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้วเข้ามาพบที่บ้าน และบอกว่าได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่สังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ให้มาประสานงาน อำนวยความสะดวก และดูแลเรื่องของความปลอดภัยต่างๆ โดยมีการสอบถามประวัติของตนเองและคนในครอบครัวด้วย

 

15 มกราคม 2562

กรุงเทพฯ - พอลลีน งามพริ้ง สมาชิกพรรคมหาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า เวลาประมาณ 23:00  เธอเดินออกมาจากงานวันเกิดเพื่อน บริเวณซอยรามคำแหง ซอย 10ขณะที่กำลังเดินกลับไปที่รถพบว่า รถของตัวเองมีคนนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ กำลังค้นเอกสารภายในรถและในมือถือสมุดคู่มือรถอยู่ พอลลีนจึงถามว่ามาทำอะไรที่รถฉัน และดึงตัวออกมาเพื่อที่จะ พาไปบริเวณที่สว่าง และมีคนในร้านนั่งอยู่ แต่ระหว่างสังเกตได้ว่า  บุคคลดังกล่าวเป็นชายผมสั้นเกรียน  ใส่เสื้อยืดสีเขียว แบบทหารเกณฑ์ เมื่อเดินไปได้สักพักชายคนนั้นก็สะบัดมือพอลลีนแล้ววิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดรออยู่แล้วขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว โดยสันนิษฐานเหตุมาจากที่กำลังทำงานเรื่องการเมือง

 

17 มกราคม 2562

กรุงเทพฯ - วัฒนา เมืองสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เวลาประมาณ 11.00 น. ธวัชชัย สุทธิบงกช รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อความว่า “มีคนมาเยี่ยม” พร้อมกับแชร์ภาพทหารในชุดพราง 4 นายมาพบที่บ้านย่านบางนา วัฒนาพยายามติดต่อธวัชชัย แต่ติดต่อไม่ได้

 

20 มกราคม 2562

กรุงเทพฯ – สมบัติ บุญงามอนงค์ หัวหน้าพรรคเกียน โพสต์ข้อความว่า ระหว่างที่เป็นวิทยากรบรรยายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีตำรวจ 2 นายนั่งรอต้อนรับอยู่หน้าห้องบรรยาย พอก่อนเวลา 12.00 น. ตำรวจกลับไปมีทหารมาอยู่หน้าห้องอีก 2 นาย

 

27 มกราคม 2562

นนทบุรี - สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงที่อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่ติดตามการลงพื้นที่จึงเข้าสอบถามว่า มาทำไม และใครสั่งมา แต่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวตอบว่า ไม่มีใครสั่งมา แต่มาประจำเขตนี้และมีหน้าที่รายงาน สุดารัตน์จึงกล่าวว่า เจ้านายคิดอย่างไร ทำไมถึงไม่ให้มีอิสระ มันต้องหาเสียงแล้ว มันต้องถอยแล้ว จากนั้นจึงขอให้ลบภาพที่ถ่ายออกจากโทรศัพท์

 

22 กุมภาพันธ์ 2562

พิษณุโลก - นคร มาฉิม ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 จ.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งรู้สึกถูกคุกคาม ถูกกดดันจากบุคคลที่ไม่ปรากฏชื่อ ขับรถยนต์วนเวียนกดดันมวลชนอยู่ตลอดเวลา เช่น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลาประมาณ 18.00-18.20 น. มีรถยนต์สีดำติดตามในขณะกำลังปราศรัยที่บ้านน้ำไซ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เวลาประมาณ 19.00-20.00 น. ขณะที่กำลังปราศรัย หาเสียงเลือกตั้งที่ บ้านน้ำทวน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้มีรถยนต์นิสสัน ทะเบียน ก.ต. 3323 เพชรบูรณ์ มาจอดประกบ จึงตรวจสอบพบเป็นของทหารสังกัดค่ายเอกาทศรถ กองทัพภาคที่ 3 และไม่ยอมแสดงตนอย่างบริสุทธิ์ใจ เมื่อเห็นทีมงานถ่ายรูปรถก็รีบขับรถหลบออกจากที่จอดรถติดกับจุดปราศรัย
 

Article type: