'ได้หมาย YOUNG' EP.2 คุยกับสี่นักกิจกรรม กลุ่ม ‘Free People 101 – สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก’ และ ‘เฟมินิสต์ปลดแอกภาคอีสาน’

การลุกฮือของภาคประชาชนในปี 2563 ส่งผลให้มีกลุ่มเครือข่ายเยาวชนที่สนใจทำกิจกรรมทางการเมืองตามแต่ละภูมิภาคในไทยเกิดขึ้นมากมาย อย่างไรก็ตาม เยาวชนเหล่านี้กลับต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดี รวมทั้งถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐในหลากหลายรูปแบบ
 
20 กันยายน 2564 รายการ ‘ได้หมาย Young EP.2’ พาไปร่วมพูดคุยกับเยาวชนจากจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับหมายคดีจากการทำกิจกรรมทางการเมืองจำนวนสี่คน ได้แก่ ไอคอน กับ ฟิล์ม จากกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกภาคอีสาน และ ปั๊ก กับ โอเว่น จากกลุ่ม ‘Free People 101 – สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก’ ดำเนินรายการโดย ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ 
 
สำหรับหมายคดีที่พวกเขาได้รับนั้นมาจากการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในชื่อกิจกรรม ‘เงี่ยนก้อย’ ณ หน้าบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 โดยลักษณะของกิจกรรมเป็นการแจกลาบก้อยจำนวน 112 จานให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ มีผู้ถูกดำเนินคดีจากกิจกรรมดังกล่าวทั้งหมด 12 คนในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 รวมทั้งมีผู้ถูกดำเนินคดีที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนห้าราย ภายหลังการรับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ได้ทำการปรับเงินเป็นจำนวนคนละ 2,000 บาท
 
1981
 
 
ภูมิหลังก่อนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง
 
ไอคอน เยาวชนอายุ 18 ปี จากกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกภาคอีสาน เล่าว่า อาชีพเดิมของเธอคือการทำร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังเป็นนักร้องและนางโชว์ จนกระทั่งเกิดปัญหาเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด-19 ผลกระทบจากการปิดร้านอาหารจึงทำให้เธอได้เข้าสู่วงการนักกิจกรรมเมื่อเดือนสิงหาคม 2563
 
1982
 
ขณะที่ ฟิล์ม สมาชิกจากกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกภาคอีสาน ได้รับคำชวนจาก ไอคอน ให้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองที่จังหวัดร้อยเอ็ดในเดือนสิงหาคม 2563 เช่นกัน ณ ตอนนั้นฟิล์มยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ปัจจุบัน ฟิล์มได้ทำหยุดพักเรื่องการเรียนไปก่อนแล้ว
 
1983
 
ปั๊ก กราฟิกดีไซน์ของกลุ่ม Free People 101 เล่าว่า ตนเองมีจุดยืนทางการเมืองที่ต้องการวิพากษ์รัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว และเมื่อมีกลุ่ม Free People 101 ก่อตั้งขึ้นมาในสื่อสังคมออนไลน์ เลยสนใจที่จะเข้าร่วมเนื่องจากตนทำงานอยู่ในสายงานศิลปะ จึงต้องการนำทักษะนี้มาต่อยอดให้กลุ่มสามารถไปได้ไกล (worldwide) มากยิ่งขึ้น
 
1985
 
 
โอเว่น เล่าว่า เขาเป็นพ่อค้าขายของตามตลาด และเนื่องด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น การเข้าร่วมกับกลุ่ม Free People 101 จึงเหมือนเป็นการส่งเสียงเรียกร้องในฐานะตัวแทนจากภาคเศรษฐกิจ
 
1986
 
 
ภาพฝันของสังคมที่อยากเห็น
 
ไอคอน กล่าวว่า เธออยากให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น สืบเนื่องจากพิษโควิด-19 ในสามระลอกที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออาชีพนางโชว์ของเธอ ทำให้ขาดรายได้ ไม่มีงานเข้ามา รวมทั้งกิจการร้านเหล้า ร้านอาหาร ก็ล้วนได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการลง เธอจึงอยากให้รัฐบาลคำนึงถึงเรื่องเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก โดยอนาคตเธออยากเห็นการฟื้นตัวของร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งอาชีพนางโชว์ของเธอที่ถูกสังคมลืมเลือนไป
 
ด้าน ฟิล์ม ต้องการให้ระบบโครงสร้างรัฐดีขึ้น โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับของประชาชน นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องสิทธิในการแสดงออกทางการเมือง ฟิล์มกล่าวว่าไม่ต้องการเห็นเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิต้องถูกดำเนินคดีอีกต่อไป
 
สำหรับ ปั๊ก เขาฝันเห็นสังคมที่เท่าเทียมและเป็นรัฐสวัสดิการ เนื่องจากเขาคิดว่าประเทศไทยนั้นสามารถเก็บภาษีได้มาก เขารู้สึกสงสารตัวเองที่สูญเสียโอกาสในสิ่งที่ฝันและมักรู้สึกว่าสิ่งที่ฝันนั้นยากเกินไป โดยยกตัวอย่างผ่าน ฟิล์ม ที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่า ชีวิตวัยรุ่นของฟิล์มได้หายไปผ่านการสละเวลามาวิพากษ์รัฐบาลและถูกคุกคามจากภาครัฐ ปั๊กกล่าวว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่วัยรุ่นควรได้รับ สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่พอจะทำได้ในตอนนี้ก็คือ ความกระตือรือร้น (active) ในการทำกิจกรรมไปเรื่อยๆ เท่าที่เขาจะสามารถทำได้
 
ในขณะที่ โอเว่น กล่าวเพียงสั้นๆว่า อยากได้รัฐสวัสดิการที่ดี ที่คุ้มค่ามากพอกับภาษีที่ตนเองได้เสียไป
 
ได้รับ ‘หมาย’ และถูกคุกคามจากรัฐ
 
ไอคอน ผู้ได้รับหมายคดีมากกว่าคนอื่นๆ (รวมทั้งหมดสามคดี) เล่าว่าถูกทัวร์ลงจากการโพสต์คำว่า ‘แหกกีสู้เผด็จการ’ โดยสำหรับไอคอน เธอคิดว่ามันคือสันติวิธี เพียงแต่คนอื่นๆ อาจยังไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่เธอต้องการสื่อ นอกจากนี้ เธอยังถูกคุกคามถึงที่บ้าน มีทั้งการบีบแตรใส่รั้วบ้าน หรือการมาตะโดนด่า รวมทั้งเวลาพ่อและแม่ไปที่ทำงานก็จะถูกคนที่ทำงานมองด้วยสายตาที่ไม่ดี
 
ฟิล์ม เล่าว่า ที่บ้านไม่พอใจที่ตนไปร่วมทำกิจกรรมทางการเมือง มักตักเตือนว่าอาจถูกออกหมายจับหรือถูกทำร้าย ในส่วนของสถานศึกษา มีอาจารย์ทักข้อความส่วนตัวมาตักเตือน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาขอชื่อและประวัติส่วนตัวถึงในโรงเรียน รวมทั้งมีการตามมาคุกคามครอบครัว โดยได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 3-4 คนเข้ามาพูดกับยายของตนว่า “อย่าให้หลานไปทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่งั้นจะโดนหมาย”
 
ด้าน ปั๊ก เล่าว่ามีตำรวจมาเยี่ยมที่พัก รวมทั้งโทรมาคุกคามที่ทำงาน โดยเขาเล่าว่า ที่บ้านมักจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถามหาตนกับพ่อแม่ และทำการสอดส่องที่บริเวณบ้านอยู่เรื่อยๆ อย่างครั้งหนึ่ง เขาได้พ่นสีที่กำแพงบ้านตนเองว่า “No god, No king, Only Human” และหลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่เอาสีมาทาทับถ้อยคำดังกล่าว
 
ขณะที่ โอเว่น เล่าว่า เคยมีคนขับรถมาถ่ายรูปที่หน้าบ้านของเขาจำนวนหนึ่งครั้ง
 
ถ้อยคำที่ต้องการสื่อสารกับผู้มีอำนาจ
 
ฟิล์ม บอกว่าต้องการส่งเสียงไปถึงรัฐบาลให้ลาออก และเน้นย้ำว่านี่คือพื้นที่ของประชาชนในการแสดงออก และทวงถามถึงสิทธิในการได้รับวัคซีนและตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเอาแต่สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) พร้อมพูดปิดท้ายว่า “เราไม่ได้ต้องการวัคซีนที่เร็วอย่างเดียว แต่เราต้องการวัคซีนที่ดีและมีคุณภาพ”
 
ขณะที่ ปั๊ก กล่าวว่าต้องการประชาธิปไตย สำหรับเขาแล้ว เขามิได้ต้องการเพียงการถอนรูปออกจากกรอบ และอยากฝากถึงคนที่มีอำนาจว่า การฉีกรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับการเป็นกบฏ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐหรือ IO ที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งนั้นไม่ต่างอะไรกับการเข้าข้างกบฏ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่า “หลายคนที่มาทำตรงนี้ เขาก็พร้อมจะเสียอะไรบางอย่างในชีวิตทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องเสียด้วยซ้ำ พวกคุณเป็นพวกอำมหิต ไม่เคยมองประชาชนเป็นคน... คุณไม่เคยเห็นใจเราเลย การที่คุณบอกว่าคุณรักประชาชน คุณตอแหล”
 
และสุดท้าย โอเว่น ตอบสั้นๆ เพียงแค่คำว่า “*วย” ท่ามกลางเสียงหัวเราะในวงสนทนา ก่อนที่ทางกลุ่ม Free People 101 จะใช้พื้นที่ในการขายเสื้อที่ ปั๊ก ได้ออกแบบ เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนการทำกิจกรรมของกลุ่มเป็นการปิดรายการ
 
 
รับชมรายการย้อนหลังได้ที่ https://web.facebook.com/watch/live/?v=1054485655288243&ref=watch_permalink
 
Article type: