อัยการทหารสั่งฟ้อง 6 นักกิจกรรม คดีปัดฝุ่นประชาธิปไตยแล้ว ศาลให้ประกันคนละ 10,000 บาท ก่อนส่งไปปล่อยตัวที่เรือนจำ

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 อัยการศาลทหารกรุงเทพนัดนักกิจกรรมหกคนที่เป็นผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 จากการจัดกิจกรรมปัดฝุ่นประชาธิปไตยที่บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ วงเวียนหลักสี่ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ฟังคำสั่งฟ้อง/ไม่ฟ้อง
 
ผู้ต้องหาทั้งหกทยอยมาถึงบริเวณหน้าศาลทหารกรุงเทพตั้งแต่ช่วง 9.00 น. เมื่อผู้ต้องหาทั้งหมดมาครบในเวลาประมาณ 10.30 น. ก็ขึ้นไปที่ห้องรับรองของอัยการเพื่อฟังคำสั่งคดี อัยการทหารแจ้งผู้ต้องหาทั้งหกคนว่าพิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหกในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 หลังอัยการทหารมีความเห็นสั่งฟ้องจำเลยทั้งหกก็อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ 
 
อย่างไรก็ตามทั้งหกไม่ได้ถูกนำตัวลงไปที่ห้องขังใต้ถุนศาลแต่เจ้าหน้าที่ให้นั่งรอที่ห้องรับรองของทนายความขณะทำเรื่องประกันตัว โดยระหว่างนั้นก็มีนักวิชาการและเพื่อนๆผลัดกันมาให้กำลังใจ
 
จากการพูดคุยจำเลยทั้งหกคนมีกำลังใจดีเยี่ยม จำเลยสองคนที่พักอาศัยอยู่ย่านบางนาระบุว่าพวกเขาตื่น ตั้งแต่ตีสามครึ่งและออกจากบ้านตั้งแต่ประมาณตีห้าเพราะกลัวรถติด
ขณะที่จำเลยอีกคนหนึ่งระบุว่าเขาไม่ได้กังวลเรื่องคดีหรือเรื่องที่จะต้องเข้าเรือนจำเพื่อรอการปล่อยตัว แต่กังวลเรื่องที่ตัวเองจะต้องส่งงานอาจารย์วันพรุ่งนี้มากกว่า
 
982
 
เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์นำตัวจำเลยขึ้นรถไปส่งที่เรือนจำเพื่อรอการปล่อยตัวในช่วงค่ำวันเดียวกัน
 
กระทั่งเวลาประมาณ 13.05 น.ศาลทหารกรุงเทพมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหกคนประกันตัวโดยวางเงินประกันคนละ 10,000 บาท จำเลยหกคนรวมเป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามชุมนุมทางการเมือง และยุยงปลุกปั่นบุคคลอื่นใดเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีอื่นใดทั้งโดยตรงและโดยอ้อม 
 
จากนั้นในเวลาประมาณ 16.16 น. ทั้งหกถูกนำตัวขึ้นรถของกรมราชทัณฑ์ไปที่เรือนจำเพื่อปล่อยตัว โดยมีรายงานในภายหลังว่าจำเลยทั้งหกได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในช่วงระหว่างเวลา 19.30 - 20.00 น. ของวันเดียวกัน
 
ทั้งนี้ระบบการปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยของศาลทหารจะแตกต่างจากศาลยุติธรรม ในกรณีของศาลยุติธรรมหากผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับการประกันตัวจะถูกปล่อยตัวที่ศาลเลยแต่กรณีของศาลทหารผู้ต้องหาหรือจำเลยจะถูกควบคุมตัวไปรอฟังคำสั่งศาลที่เรือนจำ หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวจึงจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ
จำเลยหญิงสองคนถูกส่งตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลางส่วนจำเลยผู้ชายสี่คนถูกส่งไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
 
สำหรับเหตุแห่งคดีนี้เกิดขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน 2559 นักกิจกรรมเจ็ดคนรวมตัวกันที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุบางเขนตั้งแต่ช่วงประมาณ 7 โมงเช้าก่อนจะเดินเท้าไปที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บริเวณวงเวียนหลักสี่เพื่อทำกิจกรรมปัดฝุ่นประชาธิปไตยด้วยการทำความสะอาดอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เนื่องในโอกาสวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475
 
อย่างไรก็ตามในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามเจรจากับนักกิจกรรมตั้งแต่ในวัดเพื่อให้ยุติการทำกิจกรรมแต่ทั้งเจ็ดปฏิเสธและเริ่มเดินออกจากวัดมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์
ตลอดการเดินเจ้าหน้าที่พยายามสกัดแต่นักกิจกรรมก็เดินต่อไปจนกระทั่งเมื่อขบวนไปถึงหัวมุมถนนด้านตรงข้ามวงเวียนบางเขนซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์
เจ้าหน้าที่ก็ทำการควบคุมตัวทั้งเจ็ดขึ้นรถตู้ไปที่สน.บางเขน
 
นักกิจกรรมทั้งเจ็ดถูกตั้งข้อกล่าวหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนอันเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 พวกเขาถูกส่งตัวไปที่ศาลทหารกรุงเทพในบ่ายวันเดียวกันเพื่อขออำนาจศาลฝากขังแต่ศาลยกคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนและได้รับการปล่อยตัวจากศาลทหารกรุงเทพในค่ำวันเดียวกัน
หลังจากนั้นคดีก็ไม่มีความเคลื่อนไหวจนกระทั่งในวันที่ 29 สิงหาคม 2561
 
ผู้ต้องหาคดีนี้ก็แจ้งกับทนายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าพวกเขาได้รับหมายจากพนักงานสอบสวนนัดหมายให้มาพบซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาหกคนฟ้องต่ออัยการศาลทหารกรุงเทพก่อนที่อัยการทหารจะมีความเห็นสั่งฟ้องคดีในวันนี้
 
มีข้อน่าสังเกตว่า ในวันที่ 22 สิงหาคม 2561 หรือประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ผู้ต้องหาจะได้รับหมายนัดจากพนักงานสอบสวน เฟซบุ๊กเพจกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ซึ่งมีนักกิจกรรมที่เป็นจำเลยคดีนี้ส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกได้โพสต์ภาพถ่ายป้ายผ้าต่อต้านคสช.ที่ถูกแขวนอยู่บนสะพานลอยใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.มีกำหนดมาปฏิบัติภารกิจที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 
983
 
ป้ายผ้าเขียนข้อประท้วงคสช.ที่ปรากฎบนเฟซบุ๊กเพจ เสรีเกษตรศาสตร์

ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุมีนักกิจกรรมร่วมเดินและถูกจับกุมตั้งข้อกล่าวหารวมทั้งหมดหกคน แต่ในเดือนกันยายนที่พนักงานสอบสวนนัดผู้ต้องหาทั้งเจ็ดมาพบอัยการปรากฎว่าผู้ต้องหาคนหนึ่งคือชนกนันท์ไม่ได้มารายงานตัวด้วยพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนจึงขอให้ศาลทหารออกหมายจับผู้ต้องหาคนดังกล่าวในวันนี้อัยการจึงฟ้องคดีต่อจำเลยเจ็ดคนจากเดิมที่มีผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ 7 คน
 
ดูรายละเอียดคดีบนฐานข้อมูลของ iLaw
 
 
ดูภาพป้ายผ้าเบนเฟซบุ๊กเพจ เสรีเกษตรศาสตร์