กรกฎาคม 2560: ศาลทหารยกฟ้องจิตราคดีฝ่าฝืนคำสั่งคสช.-ไผ่ดาวดินขึ้นศาลทหารมีเพื่อนร่วมให้กำลังใจล้นหลาม-"อุ้ม"คนรณรงค์แก้ไขม.112เข้าค่าย

 
758
 
เดือนกรกฎาคมมีคำพิพากษาคดีเสรีภาพที่สำคัญออกมาหนึ่งคดี ได้แก่คดีจิตราฝ่าฝืนคำสั่งรายงงานตัวของคสช. นอกจากคดีของจิตราก็มีความเคลื่อนไหวคดีอื่นๆที่น่าสนใจอีกหลายคดี เช่น คดีชุมนุมครบรอบหนึ่งปีการรัฐประหารที่จังหวัดขอนแก่น ศาลทหารเริ่มสืบพยานแล้ว โดยจนถึงขณะนี้จตุภัทร์หรือ 'ไผ่ ดาวดิน' เป็นเพียงคนเดียวที่ถูกนำตัวมาฟ้องต่อศาลจากจำนวนผู้ต้องหาในคดีทั้งหมดเจ็ดคน คดีปิยรัฐฉีกบัตรประชามติ จำเลยสามคนที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ได้ขึ้นเบิกความต่อศาลจังหวัดพระโขนงแล้วโดยศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดต่อไปวันที่ 8 สิงหาคม 2560 นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคมก็มีความเคลื่อนไหวของคดีพ.ร.บ.ชุมนุมฯของชาวบ้านที่แสดงออกเกี่ยวกับปัญหาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอีกอย่างน้อยสามคดี


ยกฟ้องจิตราคดีไม่รายงานตัวกับคสช.ชี้จำเลยไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง


6 กรกฎาคม 2560 ศาลทหารกรุงเทพพิพากษายกฟ้องจิตรา อดีตประธานสหภาพแรงงานไทร์อัมพ์และผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคพลังประชาธิปไตยในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งรายงานตัวของคสช. โดยให้เหตุผลว่า จำเลยไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวและได้พยายามปฏิบัติตามเท่าที่จะทำได้แล้ว

สำหรับมูลเหตุของคดีนี้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2557 คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 44/2557เรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มเติมซึ่งมีชื่อของจิตราปรากฎอยู่ด้วยโดยกำหนดให้จิตราเข้ารายงานตัวในวันที่ 3 มิถุนายน 2557 แต่เนื่องจากจิตราอยู่ต่างประเทศจึงไม่สามารถกลับมารายงานตัวได้ทันเวลา เมื่อจิตราเดินทางกลับเข้าประเทศในวันที่ 13 มิถุนายน 2557 ก็ถูกจับกุมและถูกควบคุมตัวที่กองปราบปรามฯหนึ่งคืนก่อนจะถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหารในวันที่ 14 มิถุนายน 2557และได้รับการประกันตัวในวันเดียวกัน แต่เนื่องจากศาลทหารไม่มีส่วนงานราชทัณฑ์ประจำที่ศาลจิตราจึงถูกนำไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลางเพื่อรอคำสั่งปล่อยตัว

ในทางคดีจิตราพยายามพิสูจน์ว่าไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งโดยนำหลักฐานได้แก่หลักฐานการออกตั๋วเครื่องบินซึ่งมีการจองก่อนที่คสช.จะออกคำสั่งเรียกตัวจิตรา วิดีโอและภาพถ่ายขณะที่จิตราเดินทางไปขอรายงานตัวที่สถานทูตไทยในสต็อกโฮล์มในวันที่ 3 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่สวีเดน รวมทั้งหนังสือที่จิตราขอให้เพื่อนที่ประเทศไทยถือมาส่งที่จุดรับรายงานตัวของคสช.เพื่อชี้แจงว่าไม่มีเจตนาหลบหนีและจะเดินทางเข้ารายงานตัวกับคสช.เมื่อเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 13 มิถุนายน 2557 ซึ่งจากพยานหลักฐานที่หนักแน่นทำให้ศาลทหารกรุงเทพมีคำพิพากษายกฟ้องจิตราโดยคำพิพากษานี้ถือเป็นที่สุดเนื่องจากเป็นคดีที่เหตุเกิดระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึกจึงมีการพิจารณาเพียงชั้นเดียวไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา
 
ดูรายละเอียดคดีจิตราบนฐานข้อมูลของไอลอว์ ที่นี่

 

ไผ่ดาวดินขึ้นศาลคดีชูป้ายคัดค้านรัฐประหาร มีเพื่อนและประชาชนแห่ให้กำลังใจคับคั่ง


28 มิถุนายน 2560 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน นักกิจกรรมที่ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีแชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่สิบจากเว็บไซต์บีบีซีไทยถูกควบคุมตัวไปที่ศาลทหารขอนแก่นเพื่อรับฟังการสืบพยานคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง จากกรณีที่เขาและเพื่อนกลุ่มดาวดินรวมเจ็ดคนไปชูป้ายคัดค้านการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่นแต่ขณะนี้จตุภัทร์เป็นเพียงคนที่ถูกฟ้องคดีนี้ส่วนเพื่อนกลุ่มดาวดินที่ร่วมทำกิจกรรมอีกหกคนเจ้าหน้าที่ยังไม่นำตัวมาฟ้องคดี

การสืบพยานในวันนี้เป็นการสืบต่อเนื่องเช้าบ่าย สามารถสืบพยานเสร็จหนึ่งปากได้แก่ พ.อ.สุรศักดิ์ สำราญบำรุง ซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการทหารในตำแหน่งหัวหน้ากองข่าว และปฏิบัติหน้าที่ประจำกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมาเบิกความว่าจตุภัทร์ร่วมชุมนุมทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ขณะที่ทนายจำเลยพยายามซักค้านในประเด็นเกี่ยวกับการรัฐประหารและรูปแบบการปกครองที่ควรจะเป็นซึ่งพ.อ.สุรศักดิ์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

การสืบพยานในนัดนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนรวมถึงมีประชาชนประมาณ 25 - 30 คนมาให้กำลังใจจตุภัทร์ที่ศาลทหาร ซึ่งมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้เก็บกระดาษเขียนข้อความให้กำลังใจจตุภัทร์ที่ประชาชนนำมาไปบางส่วน คดีนี้ศาลไม่ได้สั่งพิจารณาลับแต่จำกัดให้คนเข้าร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาคดีได้ 15 คน

จตุภัทร์มีกำหนดเข้ารับการสืบพยานคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นเหตุให้เขาถูกควบคุมตัวในเรือนจำในวันที่ 3 - 4, 15 - 17, และ 30 - 31 สิงหาคมนี้ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น นอกจากคดีชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่นและคดีตามมาตรา 112 แล้ว จตุภัทร์ยังถูกดำเนินคดีอื่นอีกสามคดีจากการแสดงออกอย่างสันติ ได้แก่คดีขบวนการประชาธิปไตยใหม่ชุมนุมที่กรุงเทพซึ่งยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาลทหารกรุงเทพ คดีขัดคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 จากการร่วมกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นซึ่งพนักงานสอบสวนจะส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องต่ออัยการในวันที่ 29 สิงหาคม 2560 และคดีตามพ.ร.บ.ประชามติฯจากการแจกเอกสารโหวตโนที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งศาลจังหวัดภูเขียวสั่งระงับการพิจารณาคดีชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะแล้วเสร็จ หากนับจากวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ซึ่งจตุภัทร์ถูกถอนประกันจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 จตุภัทร์จะถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 222 วัน
 
ดูรายละเอียดคดี 7 ดาวดินชูป้ายต้านรัฐประหาร ที่นี่
 

ความเคลื่อนไหวอื่นๆ

 
วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 คดีพูดเพื่อเสรีภาพพนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่นมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 คนที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยนัดหมายให้ทั้งหมดเข้าพบเพื่อส่งตัวให้อัยการศาลทหารขอนแก่นในวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาบางส่วนติดสอบและติดภารกิจอื่น จึงขอเลื่อนนัดเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2560  พนักงานสอบสวนสภ.ขอนแก่น ให้เลื่อนนัดส่งสำนวนและส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดต่ออัยการทหารเป็นวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เนื่องจากมีผู้ต้องหาสองคนคือเชิดชัยและพรรณวดีซึ่งไม่ได้ยังไม่ได้รับหมายเรียกโดยเจ้าหน้าที่ส่งหมายไปแล้วแต่ถูกตีกลับ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะดำเนินการส่งหมายเรียกถึงผู้ต้องหาที่ไม่ได้รับอีกครั้ง

วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานในคดียุยงปลุกปั่น มาตรา 116 ตามประมวลกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของพระสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของวัดพระธรรมกาย จากการโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่วัดพระธรรมกาย โดยพระสนิทวงศ์แถลงต่อศาลปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา ให้เหตุผลว่า ตนไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กตามที่ถูกกล่าวหา   คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 7-8 มิถุนายน 2561

วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 อัยการศาลจังหวัดเลยยื่นฟ้องพรทิพย์, วิรอน, มล, ระนอง, สุพัฒน์, บุญแรง, และลำเพลิน สมาชิกกลุ่ม “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด” โดยกล่าวหาว่าทั้ง 7 คนร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันชุมนุมสาธารณะกีดขวางทางเข้าออกและรบกวนการปฏิบัติงานสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ และกล่าวหาว่า พรทิพย์ เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จำเลยทั้ง 7 คนยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว  ศาลสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวแต่มีเงื่อนไขว่าต้องมาตามกำหนดนัดของศาล โดยศาลจังหวัดเลยนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานวันที่ 11 ส.ค. 2560

วันที่ 26  กรกฎาคม 2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง จัดประชุมเตรียมความพร้อมสถานการณ์เฉพาะหน้าและการอำนวยความสะดวกให้แก่มวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการพิพากษาคดีจำนำข้าวในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 นอกจากนี้ยังสั่งให้ติดตามความเคลื่อนไหวการแสดงความคิดเห็นทางโซเซียลเน็ตเวิร์คอย่างใกล้ชิด โดยตอนนี้มีรายงานว่า มีการโพสต์เฟซบุ๊กยุยงปลุกปั่นที่อาจเข้าข่ายมาตรา 116 ตามประมวลอาญา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยในข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา จากการที่วัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กให้กำลังใจยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (ส.น.ม.ท) ได้จัดกิจกรรม “รวมพลังให้กำลังใจแก่พี่น้องชาวปาเลสไตน์ SAVE AL-AQSA ,JUSTICE FOR PALESTINIANS, FREE PALESTINE” ที่สวนจตุจักร โดยผู้จัดงานมีการขออนุญาตใช้สถานที่เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายปรากฏเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาปิดล้อมสวนจตุจักรและห้ามไม่ให้ผู้เข้าร่วมเข้าออก เจ้าหน้าที่ได้ขอให้ผู้จัดยกเลิกกิจกรรม เนื่องจากว่ากิจกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการชุมนุมและยังส่งผลต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยหลังจากการยกเลิกกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้จัดกิจกรรรมและผู้เข้าร่วมจำนวน 20 คนไปด้วย

 

ประเภทรายงาน: