5 ผู้ต้องหาคดี "เทใจให้เทพา" คดีที่ 2 ลุ้นคำสั่งอัยการฟ้องหรือไม่ฟ้อง 8 พ.ย. นี้


981 ขอบคุณภาพจากเพจหยุดถ่านหินสงขลา

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2561) ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเทพานัดผู้ต้องหา 5 คน ได้แก่ เอกชัย, ดิเรก, อัยโยบ, หมิด ชายเต็ม และ รอกีเยาะ เข้าพบเพื่อส่งตัวฟ้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดนาทวี ในคดีที่ทั้งห้าถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ในข้อหาจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนเวลาเริ่มการชุมนุม และข้อหาเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต่อหัวหน้าสถานีตำรวจซี่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการชุมนุมสาธารณะ โดยในชั้นสอบสวนทั้งห้าให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา


กระบวนการในวันนี้หลังทั้งห้าเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สภ.เทพาในเวลาประมาณ 9.00 น. เจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดไปที่สํานักงานอัยการจังหวัดนาทวี โดยมีชาวบ้านจากพื้นที่อำเภอเทพาติดตามมาให้กำลังใจติดตามด้วยราว 30 คน และเมื่อไปถึงที่สำนักงานอัยการฯ ผู้ต้องหาทั้งห้าคนก็ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ขอให้อัยการสอบสวนพยานเพิ่มเติมสี่คน และระบุว่า คดีนี้มีพฤติการณ์และข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีเทใจให้เทพาคดีที่หนึ่ง ซึ่งกำลังรอฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 เป็นการดำเนินคดีที่ขัดต่อหลักการห้ามดำเนินคดีซ้ำ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการอัยการนัดผู้ต้องหาทั้งห้าฟังคำสั่งคดีในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561

 

สำหรับเหตุแห่งคดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ชาวบ้านเครือข่ายคนสงขลา - ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เดินเท้าจากอำเภอเทพา จังหวัดสงขลามาที่อำเภอเมืองจังหวัดสงขลาเพื่อยื่นหนังสือต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2560


ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างที่กลุ่มชาวบ้านกำลังเดินเท้าไปยังอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ก็เข้ายุติการทำกิจกรรมและจับกุมชาวบ้านจำนวน 17 คนไปตั้งข้อกล่าวหาโดยหนึ่งในนั้นเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี การแจ้งข้อกล่าวครั้งนั้นนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมเดินเท้ารวม 17 คน เป็นคดี "เทใจให้เทพา" คดีที่หนึ่งซึ่งในขณะนี้คดีดังกล่าวสืบพยานเสร็จสิ้นแล้วและศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ธันวาคม 2561

 

สำหรับคดี "เทใจให้เทพา" คดีที่อัยการนัดผู้ต้องหาฟังคำสั่งในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี "เทใจให้เทพา" คดีที่หนึ่งรวมอยู่ด้วยสามคนได้แก่ เอกชัย ดิเรกและอัยโยบ โดยผู้ต้องหาทั้งสามคนดังกล่าวถูกกล่าวหาในพฤติการณ์ที่ต่างกัน ดังนี้ 


เอกชัยและดิเรกถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ แต่กลับร่วมกันไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสงขลา ผู้รับแจ้งตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนเวลาเริ่มการชุมนุม และไม่แจ้งการชุมนุมพร้อมคำขอผ่อนผันกำหนดเวลาต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาก่อนเริ่มการชุมนุม ข้อหาไม่ดูแลการชุมนุมไม่ให้เกิดการขัดขวางอย่างเกินสมควรต่อประชาชนที่ใช้ทางสาธารณะ ไม่ดูแลรับผิดชอบผู้ร่วมการชุมนุมให้ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดูแลการชุมนุมตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ

 

เอกชัย ดิเรกและอัยโยบถูกกล่าวหาว่า พกพาอาวุธ คือ ไม้คันธงที่ติดสัญลักษณ์การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ ซึ่งไม้ดังกล่าวผู้ต้องหาได้ใช้และเจตนาจะใช้ทำร้ายร่างกายให้เป็นอันตราย, ร่วมกันสร้างความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่ใช้ช่องทางการจราจรบนถนนสายสงขลา-นาทวีและพกพาอาวุธ (ไม้คันธง) เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันปิดถนนสายดังกล่าวด้วยการชุมนุมและเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมล้ำไปในช่องทางการจราจรและร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ได้รับคำสั่งให้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ
 

 

980 รอกีเยาะ ขณะร่วมชุมนุมที่ด้านข้างสหประชาชาติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561


ขณะที่รอกีเยาะซึ่งเคยได้รับรางวัลผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ประจำปี 2560 และเป็นพยานจำเลยในคดีเทใจให้เทพาที่ขึ้นเบิกความต่อศาลในฐานะชาวบ้านอำเภอเทพาที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561


ด้านหมิด ผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวบ้านที่เคลื่อนไหวปกป้องชุมชนเทพามาตลอดและเคยร่วมชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 รวมทั้งมีส่วนร่วมในการสร้างขนำบางหลิง ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม


อ่านรายละเอียดคดีเพิ่มเติมที่นี่