Change.NCPO ปฏิวัฒน์ ‘แบงค์' ตายแล้วเกิดร้อยชาติ เฮาก็บ่อโหสิ

เฮาเป็นคนสกลนคร แต่เป็นเด็กน้อยเคยเห็นซากสถานีตำรวจเลยถามแม่ใหญ่(คุณยาย)ว่ามันเป็นอิหยังคือถืกเผาเหลือแต่ซาก เลยได้ฮู้เรื่อง พคท.(พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ได้ฮู้ว่าบ้านเฮาเคยเป็นพื้นที่สีแดง  เฮ็ดให้เฮาสนใจเรื่องการเมือง เลยซอกหนังสือมาอ่าน ทั้งเรื่องครูเตียง ศิริขันธ์ ครูครอง จันดาวงศ์ แล้วยามนั่นมีเสื้อเหลืองเสื้อแดงเฮากะซื้อหนังสือ Voice of Taksin ซื้อมาก็แบ่งคนในหมู่บ้านอ่าน  เว้าง่ายๆ ว่าเฮาตาสว่างตั้งแต่ผู้อื่นยังบ่ทันตาสว่าง ช่วงที่เฮาเรียนมัธยมมีพันธมิตรฯ มีเสื้อเหลือง แล้วก็มีรัฐประหาร ครูเฮาเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เพิ่นก็เล่าให้นักเรียนฟังว่าสนธินี่ไผ พันธมิตรฯ นี่ไผ ทหารเขาเป็นหยังคือออกมา  ทักษิณดีคือสิตายหนิ เป็นหยังคือเฮ็ด  เฮาเองก็ใหญ่มาในยุคที่ทักษิณเป็นนายกฯ ได้เห็นดอกเห็นผลอย่างกองทุนหมู่บ้าน อย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค
 
พอแต่จบมัธยมเฮาก็มาเฮียนศิลปะการแสดงอยู่มหาลัยขอนแก่น แม่นว่าเฮาสิตาสว่างตั้งแต่น้อยแต่เฮาก็บ่ได้หายใจเข้าหายใจออกเป็นการเมือง เฮาก็สนใจเรื่องอื่นๆ อย่างเรื่องดนตรี เฮาก็ยังมักม่วน เล่นโปงลางเล่นเครื่องดนตรีอีสาน แต่งเพลงหมอลำเกี้ยวผู้สาว กินเหล้าเหมือนวัยรุ่นไทบ้านปกติทั่วไป ตอนที่เฮามาเข้า มข.ช่วงประมาณปี 53-54 การเมืองมันก็กำลังงวด เฮาเคยทำกิจกรรมในซุ้มอิสระซุ้มหนึ่ง แต่สุดท้ายก็แตกเพราะผิดใจกันเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง หมู่บางคนต่อต้านทักษิณบอกไม่เอาทุนสามานย์ เฮาก็บอกว่าเฮาไม่เอาวิธีนอกระบบ สูสิมาปฏิวัติรัฐประหารอิหยัง ซุมคึดบ่คือเฮา (พวกคุณคิดไหม่เหมือนกับพวกเรา) กะเลยออกไปตั้งกลุ่มกิจกรรมใหม่ ตั้งซุ้มชื่อใหม่ ตอนที่เสียหมู่บางคนไปเฮาก็บ่เสียดายดอก ดีเสียอีกสิได้ฮู้ว่าไผเป็นไผ มาตอนนี้ก็มีหมู่บางคนที่แตกกันตอนนั้นมาคุย มาปรับทุกข์ว่าเสียใจที่คิดผิดไปจั้งซั่นจั้งซี่ เฮาก็บอกว่ามื้อนั้นกูบ่ อโหสิให้มึง  จื่อ (จำ)ไว้ใส่หัวสมองมึงนำ ว่าจั่งสี้ล่ะ เห็นบ่ว่าบ้านเมืองฉิบหาย ติดคุกติดตะราง ตายมาจั้กคนแล้ว เป็นเพราะมื้อนั้นสูคึดสั้น แต่มื้อนี้ก็ประสานกันได้แล้วเลยกลับมาเป็นกัลยาณมิตรกัน ได้ประสานกันได้เพราะมื้อนี้ความฉิบหายเกิดกับโตมันเอง
 
1250
 
 
ตอนที่เฮาทำกิจกรรมเฮาก็ได้ฮู้จักหมู่คนทำกิจกรรมในมข.อย่างกลุ่มดาวดิน แล้วก็ได้ไปรู้จักหมู่จากมหาลัยอื่นๆ อย่าง มมส. ม.อุบล  มธ. ม.เกษตร ม.จุฬา แล้วก็หมู่จากประกายไฟการละคร ตอนนั้นประมาณช่วงปี 56 เฮามางานสัมมนาที่ราชบุรี ก็เลยแลกเบอร์โทรกันไว้เผื่อได้ช่วยงานกัน วันหนึ่งเขาก็โทรมาว่าสิมีเล่นละครสิมาบ่ เฮาก็ว่าสิไปช่วย ก็บ่ได้คึดว่าจากวันนั้นสิได้ไปติดคุกติดตะราง ถึงวันนี้เฮาได้แต่ถามตัวเอง เป็นหยังมันคือมาเป็นจั้งซี่ เฮาบ่ได้ไปลักไปปล้นผู้ได๋ บ่ได้ตีหัวหมาบ่ได้ด่าแม่เจ๊ก
 
ละครที่ประกายไฟชวนเฮาไปเล่นคือเรื่องเจ้าสาวหมาป่า จริงๆ มีแสดงสองรอบมีงาน 6 ตุลากับงาน 14 ตุลา เฮากะบอกเพิ่นว่าวันที่ 6 ติดลำงานบุญ แต่วันที่ 14 ยังว่างก็สิลงมาช่วยหมู่ พอใกล้ถึงวันแสดงเฮาก็ลงมาซ้อมได้บทเป็นปุโรหิตเจ้าเล่ห์ที่เป็นตัวโกงในเรื่อง ส่วนตัวเฮาชอบเล่นเป็นตัวโกงนะเพราะฮู้สึกว่าได้ใช้พลังในการแสดง ตอนที่เห็นบทเฮาก็เฉยๆ บ่ได้คึดหยังหลาย แต่ระหว่างซ้อมก็มีหมู่บางคนที่ถอนตัวจากการแสดง พอถึงวันงานกะมีคนเสื้อแดงมาเบิ่งละครหลายคำ เล่นไปหมู่เพิ่นก็ แซ่ว!แซ่ว! หัวเราะกันใหญ่เหมือนว่าเบิ่งละครแล้วม่วนอีหลี ละครเลิกเฮาก็กลับขอนแก่น บ่ได้คึดหยัง แต่มาฮู้มื้อหลังว่ามีคนไปแจ้งความว่าละครหมิ่น 112 แต่สุดท้ายก็บ่มีหยัง เฮาก็ไปเรียนหาอยู่หากินไปตามปกติ
 
พอประยุทธ์เข้ามาได้พักหนึ่งก็มีคณบดีโทรมาหาเฮาว่า มีทหารมาหา พอไปเจอเขาก็ว่า น้องเป็นนักกิจกรรมใช่ไหม เฮาก็ว่าครับ เขาก็ร่ายยาวว่าให้เบาๆ กิจกรรมหน่อย ทหารจำเป็นต้องเข้ามารักษาความสงบจั่งซั่นจั่งซี่ เฮาก็บ่ได้ว่าอะไรได้แต่ครับๆ เออๆ อีกสามสี่วันให้หลังคณบดีก็โทรตามเฮาว่าทหารให้ไปเซ็นเอ็มโอยู แต่ก็แปลกใจว่าทำไมต้องย้ำนักย้ำหนาว่าให้เฮาขี่รถไปคนเดียว บ่ต้องพาหมู่ไป เฮาปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธุรการในคณะก็ว่าแปลกๆ เพิ่นเลยไปปรึกษาครูบาอาจารย์ที่เฮาเคารพนับถือก็เลยพาเฮาไป พอไปถึงที่นัด ทั้งทหารทั้งคณบดี บ่คึดบ่ฝันว่าเฮาสิพาหมู่อาจารย์ในคณะไปด้วย แล้วพวกนอกเครื่องแบบก็มารุมเรา มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหมายจับมาให้ดูแล้วถามเฮาว่า ใช่มึงมั้ย รูปบนหมายจับก็เป็นรูปเฮาตอนแสดงหมอลำ กะเลยตอบว่า แม่น ก็เอากุญแจมือมาล็อคเลย
 
ครูบาอาจารย์เฮาที่ไปด้วยก็ถามตำรวจทหารที่มาว่าเฮาไปทำอะไรมา ทำไมถึงมาใส่กุญแจมือ ทุกคนก็ตกใจ แล้วตำรวจก็บอกว่าไว้ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ พอไปถึงสภ.เมืองขอนแก่นเจ้าหน้าที่ก็เอาเฮาไปสอบสวน ถามเฮาว่า มึงทำจริงไหม มึงเล่นละครจริงไหม เฮาก็จะว่าจะยังไม่ให้การเพราะมีทนายรออยู่ที่กรุงเทพฯ แล้ว จะรอเจอทนายก่อน พอเฮาไม่ยอมพูดอะไรเขาก็จับเฮาไปนั่งแถลงข่าวแล้วพาเฮาเข้ากรุงเทพฯ ด้วยรถตู้เย็นวันนั้นเลย
 
1251
 
เฮาออกจากขอนแก่นประมาณบ่ายสี่โมง มาถึงกรุงเทพก็เที่ยงคืนแล้ว ระหว่างที่นั่งรถเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดกะเฮาว่า เป็นถึงนักศึกษาทำไมทำแบบนี้ เฮาก็ได้แต่ตอบครับๆ ไป แล้วก็นอบรมเฮามาตลอดทาง ก็ได้แต่คึดในใจว่ามึงเว้าลงไป! เว้าจนปากฉีกกูกะบ่ออนซอน (ปลื้ม) ดอก แต่แม่กูเบ่งกูออกมากูยังบ่ออนซอนนำปานนั้น มีบักหนึ่งที่นั่งมาบอกเฮาว่า อย่าเคียดให้อ้ายเด้อ อ้ายกะคนบ้านเฮา อ้ายคนอุบล อ้ายเฮ็ดตามหน้าที่ คิดในใจ เจ้าเฮ็ดจั้งซี่ให้ตายข้อยก็บ่อโหสิให้เจ้าดอก พยามปลอบว่าเดี๋ยวก็ได้ออกแล้ว แต่อยากย้ำตรงนี้ว่า กูไม่อโหสิให้มึง  เฮาพอรู้เรื่องมาตรา 112 มาบ้าง เฮาเคยอ่านเรื่องของอากง ดา ตอร์ปิโด ยิ่งอ้ายสมยศนี่เฮาติดตามมาตั้งแต่สมัยเขาทำหนังสือ voice of taksin เรียกว่าติดตามมาจนกระทั่งติดคุก แล้วเฮาก็เคยเฮ็ดงานรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 ที่ขอนแก่นมา เฮาพอรู้ว่าคงยากที่จะได้ประกันตัว  พอถึงกรุงเทพฯ เฮาถูกขังที่สน.ชนะสงครามคืนนึงรุ่งขึ้นก็ถูกพาไปศาลแล้วเฮาก็อยู่ในคุกเรื่อยมาตั้งแต่นั้น
 
เข้าไปในเรือนจำมื้อแรกเฮาก็ได้เจออ้ายทอม (ทอม ดันดี) อ้ายสมยศ อ้ายเจ๋ง ดอกจิก แล้วก็อ้ายประสิทธิ์ ได้อยู่ด้วยกันในแดนหนึ่ง เรือนจำพิเศษกรุงเทพประมาณเดือนหนึ่งเขาก็จับหมู่เฮาแยกแดน
 
เฮาเข้าไปอยู่ในเรือนจำมันยังไม่วายเข้าไปราวี มีการเอาแผนผังมากางให้ชี้ตัวว่าใครเกี่ยวข้องกับละครเจ้าสาวหมาป่า ให้ชี้ว่าเอาเงินมาจากไหน ตรงกางแผนผังมีรูปทักษิณแล้วก็ถามว่ารู้จักไหม เฮาก็บ่ฮู้จักดอกคนใหญ่คนโตปานนั้น ก็ฮู้จักแต่หมู่ที่แสดงละครด้วยกัน เจ้าหน้าที่ที่มาคุยกับเฮาบอกด้วยว่า ถ้าไปพูดให้เพื่อนๆ ที่หนีไปอยู่ต่างประเทศกลับมาได้ มันสิปล่อยเฮา มันสิลดโทษให้เฮา
 
วันที่ขึ้นศาลเฮาได้เจอกับกอล์ฟ คนที่ถูกฟ้องในคดีเดียวกับเฮาอีกคน เฮาเห็นกอล์ฟก็ได้แต่สงสาร ละก็คึดว่า มึงเอากูมาในคุก กูก็ทุกข์ทรมานแล้ว เป็นหยังมึงถึงต้องทำขนาดนั้น เข้าไปคุกคามถึงในคุก เฮาก็คุยกันกับกอล์ฟว่า พวกมันต้องการเล่นงานหมู่เฮาอยู่แล้ว มันบ่มีทีท่าว่าสิอ่อนสิยอมให้เฮา ก็เลยตัดสินใจด้วยกันว่าจะรับสารภาพจะได้ออกมาเร็วๆ รักษาชีวิต รักษาลมหายใจไว้ 
 
สองปีกว่าในคุกมันก็ดน (นาน) อยู่ ชีวิตในนั้นมันก็บ่มีหยังเฮ็ดนัก เดี๋ยวกะกินเดี๋ยวกะนอน เฮากะมีเวลาคึดอยู่กะตัวเอง ที่สุดเฮาก็ตกผลึกว่า  เอ้อ! มันเป็นจั้งซี่นี่เอง เฮาเฮ็ดมาถูกทาง เฮาต่อสู้มาถูกทางแล้ว มันถึงเอาเฮามาไว้ที่นี่ เฮายิ่งหนักแน่นกับความคิดว่าเชื่อตัวเองเกี่ยวกับผู้มีอำนาจ เกี่ยวกับระบบสังคมที่เป็นอยู่ เฮายิ่งฮู้สึกคับแค้นสุมเข้าไป ยังคึดว่า มึงสิมากราบตีนกู  กูก็สิบ่อโหสิ ให้มันตกไปฮอดลูกฮอดหลานนั่นหล่ะ ตลอดสองปีเฮากะบอกตัวเองให้รักษาชีวิต รักษาลมหายใจเพื่อคอยดูความฉิบหายของหมู่นั้น
 
พอครบกำหนดปล่อยตัวเฮากะดีใจอยู่กะเป็นธรรมดาได้ออกมาเจอหมู่ ได้อิสระคืนมา แต่ก็สับสน ตอนอยู่ในคุกหลับได้ตั้งแต่สามทุ่ม พอออกมากลายเป็นนอนไม่หลับ ตาค้างอยู่ฮอดแจ้ง เหมือนกะมันช็อตไป หลังออกมาเฮากะตั้งคำถามตัวเองว่าสิเฮ็ดหยังต่อ ทีแรกเฮาก็ว่าสิไม่เป็นมันละหมอลำ อยู่ในคุกมาสองปีสามปีคนที่เคยจ้างเขาคงไม่จ้างแล้ว ก็เลยว่าสิไปหาเฮ็ดงานโรงงาน ช่วงสองสามอาทิตย์หลังออกจากเรือนจำก็ตระเวนไปอยู่กับหมู่ผู้นั้นผู้นี้ พอกลับขอนแก่นครูหมอลำก็เว้าให้เฮาคึดได้ บอกว่าให้กลับมาเป็นหมอลำต่อ  เสียดายวิชาที่ได้เฮียนลำจนลำได้ เฮาก็เลยตัดสินใจกลับมาเป็นหมอลำอยู่ขอนแก่นต่อไป
 
ถ้าถามว่าเรือนจำพรากอีหยังไป เฮาก็ว่าความมั่นใจ ตอนออกมาใหม่ๆ เฮาก็หวาดระแวง ย่านหมู่ชัง ย่านหมู่ขี้เดียด กลัวหมู่สิว่าบักนี่มามันสิมาสร้างปัญหาให้กูบ่ ลากกูเข้าไปคุกตะรางด้วยบ่ เฮาก็ย่านหมู่คิดจังซี่ ความมั่นใจเฮาเบิ่ดไป ที่สุดเวลามันก็ช่วยเยียวยา ตอนนี้เฮาว่าเฮากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่กว่าสิมาถึงวันนี้เฮาต้องไปปรึกษาหมอ(จิตแพทย์)หลายมื้ออยู่
 
ถึงตอนนี้เฮาว่าเฮามองโลกเปลี่ยนไป สองปีกว่าในคุกมันปลุกเฮาให้ตื่น ให้ตาสว่างขึ้น ว่าระบบมันเป็นจังซี่ๆ หมู่ที่เคยเป่านกหวีดปี๊ดๆ เป่าอยู่ฮั้น ทุกวันนี้ มาขอโทษ เฮาก็ได้แต่ว่า ก็บอกแล้วตั๊ว มันสิเป็นจั้งซี่ มันสิฉิบหายจั้งซี่ สำหรับหมู่ เฮาคงไม่อโหสิให้กับสิ่งที่มันได้คึด ได้เฮ็ดไปช่วงก่อนหน้านี้ แต่ถ้าไผเปลี่ยนวิธีคึดเฮาก็พร้อมกับมาเป็นกัลยาณมิตรเหมือนก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจที่ทำให้ชีวิตเฮาต้องฉิบหาย  แม่นสิตายเกิดร้อยชาติพันชาติ  เฮาก็บ่ อโหสิให้ดอก สิมาอ้างทำตามกฎหมาย ทำตามคำสั่ง ทำตามหน้าที่  บ่ได้! คันแม่น (หากว่า) กูสั่งให้มึงไปตาย  มึงสิเฮ็ดบ่?
ชนิดบทความ: